Wave Riders Technical Course Online

Wave Riders Technical Course Online
เรียน Technical Course online สามาร click ที่ ภาพเลย

วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553

SET จ้า ... เจ้าจะ ต่ำ พัน จุดไหม : ตอน 2

    (ต่อ) จาก  SET จ้า ... เจ้าจะ ต่ำ พัน จุดไหม





เมื่อวาน (21 ธ.ค. 2553) . ไม่ได้ทำภาพกราฟ เก็บไว้ แต่ โพสไว้บน facebook ที่ไหนสักที่ ว่า

" SET ดีดกลับตอนเย็น เป็นแท่งเขียวยาวในชม.สุดท้าย น่าจะกลับไปได้เต็มที่ 1020 ถ้าข้ามได้ก็ขึ้น จริง แต่ถ้าข้ามไม่ได้ ก็ลุ้นกันต่อว่าจะ New Low ไหม "
" ส่วน S50 ให้แนวเด้งไว้ 710, 714, 717มาตามดูกันว่าจะมีแรงได้สักเท่าไหร่ "

.

วันนี้ 22 ธ.ค. 2553 เป็น อย่างนี้ ....
.

. จากภาพ วันที่ 21-22 ธ.ค. 2553  MACD ใน 60 นาที ของ SET index พลิกกลับแล้ว ครับ แต่ MACD ยังอยู่ในแดนลบ (MACD in minus zone) ทำให้ ค่อนข้างเป็นห่วงว่า มันจะยังไม่ขึ้นจริง
  พิจารณา ด้วย EMA ก็พบว่า เส้น EMA ทุกค่าเริ่มวิ่งบีบเข้าหากัน เข้าสู่สภาวะ ไร้ทิศทาง เพื่อแสดงทิศทางใหม่ในอนาคต .. ภาษาบ้านๆ ก็เรียกว่า .. กำลังจะเลือกข้าง
.
ใช้หลักการตี Trend Line ช่วยก็ได้ .. ก็ตีรอไว้ ว่าจะมาไหม
 - ถ้า ผ่านเส้น Trend Line ทะลุขึ้นไปได้ 1020-1025 ก็น่า จะมีโอกาสไปต่อได้สูงมาก
 - ถ้า ไม่ผ่านเส้น แล้วเริ่มย่อลง จากแรงขาย .. ก็คงลงไป ทดสอบ ที่ 1000 จุดอีกครั้ง ว่า จะลงต่ำกว่า 1000 จุดหรือไม่ ซึ่ง อาจจะต่ำกว่า ก็ได้ หรือ ไม่ต่ำกว่าก็ได้ (ในการลงมาทดสอบนี้ MACD จะไม่ต่ำกว่าของเช้าของวันที่ 21 ก็จะเป็น สัญญาณ MACD Divergent)
 แล้วเมื่อไหร่ ที่ กลับ ขึ้นมาตัดทะลุผ่าน เส้น Trend Line สีเหลืองนี้ ได้อีกครั้ง ก็ น่าจะเป็น การขึ้น จริงๆ ซะที .....
การขึ้นที่แท้จริง MACD ควรจะ ตัด Zero point เป็นสัญญาณ การกลับตัว "ขึ้นเหนือน้ำ" ก็เข้้าซื้อได้ ...

. ในภาพ ระดับ Day ก็พบสัญญาณกลับตัวที่น่าสนใจ เช่นกัน


.. ถึงแม้ แท่งราคา จะเด้งขึ้นมา 2 วัน แต่ MACD แสดงไว้ชัดเจน ว่า ไม่มี Momentum เป็นการเด้ง ที่ ไม่มี Volume มาสนับสนุน .. MACD อยู่ใต้เส้น Signal  , STO. ก็ยังไม่ตัดขึ้น ...
ดังนั้น โอกาส ที่จะขึ้น  ต่อได้แรงๆ มีน้อยกว่า .. จึงกล่าวได้ว่า ยังไม่มี สัญญาณ ขึ้น..
 ... ความคิดส่วนตัว ให้โอกาส ลงอีกครั้ง แล้ว ค่อยขึ้น มากกว่า .. แต่จะลงลึก หรือไม่ลึก จะ ต่ำ กว่า 1000 จุด
ตอนนี้ยัง บอกไม่ได้  ก็ต้อง รอลุ้นกันไป ....
..
..
ด้วยความ คันมือ ลอง ทดสอบ Fibo Time Cycle .. แต่วิธีนี้ มี โอกาส เป็นไปได้ 50 : 50 เท่านั้น
ลองดูแค่นั้น ลองเล่น ไม่คิดมาก ... เป็นแค่ Awareness เล็กๆ  เพราะการวางเป้าหมายเวลา เป้น เรื่องที่ ยากกว่า การวางเป้าหมายราคามากนัก
..

.แล้วตี FIBONACCI Line ไปข้างๆ  ก็พบว่า  มัน ลงตัว ทุกเส้นได้ดี เลย ทำให้ เชื่อได้ว่า เส้นชุดนี้ จะบอกจุดจบในอนาคตได้
..

. เรียกได้ว่า โดนจุดกลับตัว ทุกแนวปะทะ  161.8 , 261.8  หรือ แม้แต่ 423.6
ต่อไปก็ต้อง ทำการยก  เส้นชุดนี้ มาวาง ให้ มันบอกอนาคต เราได้
.. ยกเส้นมาทั้งชุด เลย ให้ เอา เส้น 0% มาวาง แทนที่ เส้น 423.6% แล้ว พบว่า ....O-O !!
..

.. พบว่า จุดกลับตัว วันที่ 20 ธ.ค. ตรงกับเส้น 100 % พอดี เลย
จึง ตั้งสมมุติฐาน ว่า ที่ เส้น 161.8 ก็จะตรงกับวันที่ 23 ธ.ค. ก็จะเป็น จุดกลับตัวอันต่อไป 
และ ที่ 261.8 ก็นับไปได้อีก 6 วัน ก็จะตรง กับวันที่ 30 ธ.ค. พอดี
..
..จากการสมมุติฐาน แบบดังกล่าว ก็ คาดการณ์ ไว้ก่อนว่า ขึ้น พรุ่งนี้ (23 ธ.ค.) อีก 1 วัน แล้ววันศุกร์ลงยาวไปจนปิดปีใหม่เลย แล้วเปิดปีใหม่ วิ่งกลับค่อย ขึ้นมา...
...
..ไม่มีอะไร แน่นอน ในการ เทรด ต้องอยู่กับสถานะการณ์ ปัจจุบันเท่านั้น การคาดการล่วงหน้า แบบนี้ ก็เป็น เพียงการวางแผนไว้ สร้าง Awareness ไว้เท่านั้น ...
..



***********************************************************************************************************


ณ วันที่ 24 ธ.ค. 2553  , Christmas Eve  วันที่เทศกาล ที่หลายๆ คน แบ่งปันความสุขให้กัน
การ Updated ชุดนี้ น่าจะเป็น ชุดสุดท้าย ของปีนี้แล้ว ... ซึ่งก็ไม่รู้จะ Updated อะไร 2-3 วันมานี้
ปริมาณการซื้อขาย เบาบาง มาก .. ไทยช่วยไทย .. ฝรั่งขาย ทุกวัน ตลาดหุ้น ก้เลย ไม่ลง ..และก็ไม่ได้ขึ้นไปไหน
SET index แกว่งแคบๆ  1020-1025 อย่างที่ เคยบอกไว้เลย จะมีก็บ่ายนี้ เทขายลงมา แต่ก็ไม่มาก SET index go low =1017.9 เท่านั้น แล้วก็กลับ มายืนปิด ที่ 1021.99 ซะอย่างนั้น...
  เลยทำให้ ภาพ กราฟ ของ SET index มาอยู่ ใน จุดที่ จะขึ้น ก็ ไม่ค่อยมีแรง จะลงก็ไม่กล้า ..
หวังว่า วันจันทร์ คงจะมีอะไร ที่ชัดเจนออกมาบ้าง .....










.
ปุกปุย




..
.


วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553

10000 READs

วันที่ 20 ธันวาคม 2553 เวลา 22.50 น.
ขอบันทึกไว้ว่า Counter ของ Blog ได้กระพริบเป็น 10000 read ไปเรียบร้อย
..
ในตอนที่ทำ ครั้งแรก ก็คิดแค่ ว่า มีคนอ่านสัก 1000-2000 read ก็คงจะเยอะแล้ว
ก็ไม่คิดว่า จะมาถึง 10000 read ได้เร็ว ขนาดนี้
...
ขอขอบคุณ ผู้อ่านทุกท่าน ที่ได้ ให้ความสนใจในการ บ่น อะไรต่ออะไร ที่ เป็นสาระ หรือ ไม่เป็น สาระ
อ่านไป แล้ว เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง
ขอบคุณ พี่ๆ น้องๆ หลายๆ คน ที่ เห็นคุณค่าในงานชิ้นนี้
ฝรั่งบางคน ก็หลง เข้ามา ตาม search engine แล้ว นึกว่า เป็น blog นักโต้คลื่น บ้าง ก็ขออภัย
แต่ก็ทำให้ มีชาว ต่างชาติหลายคน ส่ง message มาให้กำลังใจ ถึงเขาจะอ่าน ภาษาไทยไม่ได้ แต่ ก็คงได้อะไรจากภาพกราฟไป บ้าง ... เพียงเท่านั้น ก็ ยังความ ปลาบปลื้ม มาสู่หัวใจดวงน้อยๆ ในตัวของผู้ชายตัวโต คนนี้แล้ว
ขอบคุณ จริงๆ จากใจครับ .. จะพยายาม ค่อยๆ ทำ ต่อไป อย่างไม่รีบร้อน


Records .... December 20, 2010 @ 10.50 pm.
Counter Hit 10000 reads already !!!!

Thank you for friends and other people who think this Blogs have some interested topics.
Apologized for people who misunderstanding about the Name of this Blogs...
Thank you for Friends around the world who visit to read this Blogs..
All of you make my heart warm and confirm me that I going to do the right things.

Cheerssss!!!!

POOKPUI....
ปุกปุย


SET จ้า ... เจ้าจะ ต่ำ พัน จุดไหม

   หลังจากวันที่ 7/12/2010 และ 13/12/2010  SET index ได้ พยายามทดสอบตัวเองที่ 1045 แต่ไม่สามารถ ผ่านไปได้ หลังจากนั้น ก็ไหล หล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง จนในวันที่ 16-17 /12/2010 ที่ผ่านมา ดูท่าทาง SET และ S50 เริ่มหน้าตา น่าเกลียด อะไร เช่นนั้น
..
จากเมื่อวัน ศุกร์ ที่ 17 ธ.ค. เฝ้าดู ใน S50 แล้ว พบความไม่ปกติหลายอย่าง
..
..
เริ่มเห็นอาการ ของ MACD ใน 60 นาที ทำ New LOW ซึ่งอาการ แบบนี้เหมือน ร้องตะโกนว่า
    "ฉันจะลงอีก ลงแค่นี้ มันยังไม่พอ" 
ถึงแม้ แท่งราคามา จ่อที่ ขอบของ GAP ในท้ายตลาดก็ตาม แต่ MACD มันฟ้องมาก่อนแล้ว
  ว่า ลงต่อแน่นอน
..
ในที่สุดเมื่อวันจันทร์มาถึง ก็เป็นไปตามคาด ลง ต่อจริงๆ  ...
แต่ SET กับ S50 หน้าตาค่อนข้างมีความแตกต่างกันพอสมควร จะขอยึดภาพของ SET เป็น เกณฑ์ไว้ก่อน ดีกว่า .
..
ในวันจันทร์ ที่ 20 ธ.ค. 2553 SET index ลงลบ 15 จุด เป็นการลึกทีเดียว และตัด EMA35 ลงมาแล้ว
MACD ใน day ก็ลงต่ำว่า Signal Line มาถึง 3 วันแล้ว และลงด้วยอัตราเร่งที่สูงขึ้น ทุกวัน สังเกตุได้จาก Stochastic ที่วิ่งลง และมี ค่า %K %D ห่างกันมากๆ เป็น การแสดงอัตราเร่ง ที่ วิ่งลงไปของ SET นั่นเอง
ดังนั้น โดยหลัก การใช้ EMA Theory เมื่อผ่าน EMA35 แล้ว ย่อมต้องวิ่งเข้าใกล้ EMA90 ต่อไป
..
เรายังพบภาพ Double TOP ใน SET index ในระดับ 60 นาที แล้ว ทำให้ ความชัดเจน ของการลง มี นัยยะทางเทคนิค ทันที  ใช้ เบสิค เทคนิค ง่ายๆ นี่ ล่ะ ไม่ต้องไปวัดคลื่น หรือ ใช้อะไร ที่ มันซับซ้อน
พบว่า ...
.. พอวัด TOP Line กับ Neck Line  ที่ขนานกันได้แล้ว  ก็ยกเอา TOP Line มาไว้แทนที่ Neck Line แล้ว
เส้น Neck Line ก็จะไป อยู่ ที่ แนว 100% ซึ่ง ก็นับว่า ถึงแล้ว และเมื่อ ดู Stochastic ก็พบว่า ลง ต่ำกว่า 20% ไปแล้ว หมายความว่า อาจมีการ rebound ได้เล็กน้อย แถวๆ 1000 จุด
แต่ ทั้งนี้ ทั้งนั้น MACD ยังไม่มีการ Divergent ให้เห็น และยังลงลึก อย่างต่อเนื่อง  จึง คิดว่า 1000 จุดไม่น่าจะรับอยู่ แต่ก็ต้องติดตามดู ว่า จะเป็นอย่างไรต่อไป ชน 1000 แล้วเด้งไปเลยหรือ  ลงไป ที่ 990 หรือ 985 ครับ
..


ปุกปุย
..



<-- Previous : ทองคำ บาทละเท่าไหร่ ถึงจะพอ
  Next --> :  SET จ้า ... เจ้าจะ ต่ำ พัน จุดไหม : ตอน 2

วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ทองคำ บาทละเท่าไหร่ ถึงจะพอ

ทองคำ .. จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ก็เป็นสิ่งมีค่า ที่ทุกคนรู้จัก
ข้อมูลจาก วิกิพิเดีย บอกไว้ว่า ทองคำ หรือ AU นั้น ...

"มนุษย์รู้จักทองคำมาตั้งแต่ประมาณ 5,000 ปี เป็นความหมายแห่งความมั่งคั่ง จุดหลอมเหลว 1064 องศาเซลเซียส และจุดเดือด 2970 องศาเซลเซียส เป็นโลหะที่มีค่าที่มีความเหนียว (Ductility) และความสามารถในการขึ้นรูป (Malleability) คือจะยืดขยาย (Extend) เมื่อถูกตีหรือรีดในทุกทิศทาง โดยไม่เกิดการปริแตกได้สูงสุด ทองคำบริสุทธิ์หนัก 1 ออนซ์สามารถดึงเป็นเส้นลวดยาวได้ถึง 80 กิโลเมตร ถ้าตีเป็นแผ่นก็จะได้บางเกินกว่า 1/300,000 นิ้ว ส่วนความกว้างจะได้ถึง 9 ตารางเมตร"


การแปลงน้ำหนักทองคำ

หากพูดถึงราคาทองคำในประเทศไทย โดยทั่วไป จะมีน้ำหนักทองคำ 2 แบบ คือ


ทองคำความบริสุทธิ์ 96.5% (มาตรฐานในประเทศไทย)
  • ทองรูปพรรณ น้ำหนัก 1 บาท เท่ากับ 15.16 กรัม
  • ทองคำแท่ง น้ำหนัก 1 บาท เท่ากับ 15.244 กรัม
ทองคำความบริสุทธิ์ 99.99%



  • ทองคำ 1 กิโลกรัม เท่ากับ 32.1508 (ทรอย) ออนซ์
  • ทองคำ 1 (ทรอย) ออนซ์ เท่ากับ 31.1040 กรัม

  • 1 ทรอยออนซ์ เท่ากับ 1.097 ออนซ์ (ปกติ)
  • 12 ทรอยออนซ์ เท่ากับ 1 ทรอยปอน
  • 1 ทรอยปอน เท่ากับ 373 กรัม

การตั้งราคาทองในประเทศไทย
จาก 2 ปัจจัยหลัก คือ Goldspot และ USD-THB
Goldspot คือ ราคาทองต่างประเทศ มีการซื้อขายทองโดยใช้เงินสกุลดอลล่าร์
USD-THB คือ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์การตั้งราคาทองในประเทศไทย

มีสูตรคำนวณดังนี้

สูตรคำนวณราคาทองคำ = (spot gold + 2) x อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท x 0.4729
สำหรับผู้ที่สนใจในการค้าขายทองคำ มีแหล่งสุมหัวออนไลน์ ที่สุดยอด ที่เป็นที่นิยมแห่งหนึ่ง คือ
http://www.thaigold.info   ซึ่งจะมี บทเรียน ทางเทคนิคคอล สอนให้ใช่เครื่องมือต่างๆ ในการจับทางราคาทองด้วย ทำให้เราไม่พลาดโอกาสงามๆ 
และ Web Board ที่ มือเทรดทองทั้งหลาย จะมาสุมหัวคุยกัน ไม่น้อยหน้าห้องสินธร ของพันธ์ทิพย์เลย
ใครใช้โปรแกรมไม่เป็น ก็มี บทความ เกี่ยวกับ โปรแกรม MetaStock , Meta Trade ให้อ่าน สอน Set up โปรแกรม และ วิธีการใช้ เครื่องมือที่จำเป็นต่างๆ ด้วย
ความรู้ด้านเทคนิคคอล แทบทุกอย่าง สามารถนำมาประยุตก์ ใช้กับหุ้น และอนุพันธ์ ได้ด้วย
นี่ไม่ได้มาเชียร์ กัน แต่ ใช้บริการของเขามาหลายปีแล้ว  ของเขาดีจริงๆ
..

.. จากภาพ เป็น Month Chart จะเห็นว่า ตั้งแต่ กลาง ปี 2000 มาจนถึงปัจจุบัน 10 ปี ผ่านมา ราคาทองคำทะยานขึ้น อย่างไม่มีหยุด ทองคำ 10 ปี ที่แล้ว มีมูลค่า สูงขึ้น มากกว่า 500%
และยังไม่มีท่าทีที่จะหยุดทะยาน ต่อไป 
..
ดังนั้น ทองคำ เป็นสิ่ง ที่ยังไง เราก็ต้องมีไว้ในพอร์ท การลงทุน ของเรา ครับ

สมมุติว่า  มี เงินลงทุน 1 ล้าน .. แบ่ง ครึ่งนึงไปลงทุนในทองคำ ครับ
เอา 2 แสน ไปซื้อทองแท่ง 99.9% เก็บไว้ 10 บาท
อีก 3 แสน เอาไป เทรด SpotGold หรือ GF ก็ได้ ตามแต่จะถนัด
ที่เหลือ ก็จัดสรรไปลงทุน ในหุ้น หรือ อนุพันธ์ หรือ LTF ตามแต่จะถนัดครับ
ถ้ามีกำไร จาก Spot Gold หรือ GF ก็แบ่งส่วนเพิ่มขนาด พอร์ท ทองคำ กับเอาไปซื้อทองแท่งเพิ่ม
ไม่เอากำไร ทองไป โปะ ขาดทุน พอร์ท หุ้น เด็ดขาด ... 
เพราะเมื่อทำไปแล้ว แล้วมันกลายเป็นข้อแก้ตัวในใจ ที่จะทำให้ เรารู้สึกผิดน้อยลงจากการขาดทุน หุ้น .. แต่มันทำให้ นิสัยเสีย คือ ทำผิด เทรดผิด แล้วไม่จำ ก็จะผิดซ้ำได้ ...
..
ราคาทองคำตอนนี้ เหมือนจะถอยลงมาให้ซื้อกันอีกแล้ว รอดูให้ดี ว่าจะถอยเท่าไหร่ 
..
..
ปุกปุย


..




วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ขอบันทึกเส้นทางของนักลงทุน..คนหนึ่ง

  วันนี้ มีเพื่อน ส่งลิงค์ ของรายการ Money Talk ของ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มาให้ดู ชื่อคลิปว่า "เส้นทางนักลงทุนรุ่นใหม่"
 เป็นการดำเนินรายการโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร , ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา และอ.ถาวร โชติชื่น
เป็นการสัมภาษณ์ น้องอรรถพล ธรรมานนท์  ซึ่งมีด้วยกัน 3 คลิป หลังจากดูแล้ว เกิดความประทับใจหลายๆ อย่าง ทำให้รับรู้ถึงความมุ่งมั่นในการเดินทางเป็นนักลงทุนของน้องอรรถพล เป็นอย่างยิ่ง
บรรยายความประทับใจ ต่อไป ก็คงจะไม่ได้อะไร  อยากให้คนที่ได้มาอ่าน Blog นี้ ได้ดูเหมือนกันกับเรา ได้แรงบันดาลใจ กำลังใจ และอะไร หลายๆ อย่าง ที่ทำให้ ตัวเรารู้สึกว่า การมุ่งมั่นที่จะเป็นนักลงทุน มันเป็นไปได้จริงๆ .. มาดูด้วยกัน ครับ
..



... เก็บเงินในวัยประถม มีเงินแสน .. ป.6 เข้าใจการมีรายได้จากดอกเบี้ย ... ม.2 เปิดพอร์ท



..
.. จบมัธยม มีหลายแสน ...
..

..
.. เรียนจบ มหาวิทยาลัยแล้ว เฉพาะเงินปันผลก็เลี้ยงตัวเองได้....
..
..
ดูจบไปแล้ว ยังเปิดดูใหม่อีกหลายรอบ ซ้ำไปมา .. บอกได้เลยว่า มันสร้างกำลังใจ และแรงบันดาลใจ อะไร หลายๆ อย่างจริงๆ ถึงแม้ สไตล์การเทรด วิธีการเทรด จะแตกต่างกัน  ...
แต่ขอบอกเลยครับ ความมุ่งมั่น ของน้อง มันช่วยเติมความมุ่งมั่น ให้กับพี่ได้จริงๆ
ถึงเราจะไม่เคยรู้จักกัน แต่การได้ดูคลิป รายการ Money Talk ชุดนี้ ทำให้เราต้องบันทึกเก็บไว้
และขอยกให้ น้องอรรถพล ธรรมานนท์  เป็นตัวอย่างนักลงทุน รุ่นใหม่ ในใจ พี่ปุย อีก 1 คน ครับ

ขอคารวะ หมดจอก....

...
..
ปุกปุย

....
...
...
..
 <-- Previous : ความผิดของใคร...ล่ะ
  Next -->   : ทองคำ บาทละเท่าไหร่ ถึงจะพอ
..

วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ความผิดของใคร...ล่ะ

วันก่อนได้อ่าน ผลวิจัยของ TRIS ที่ได้ โพส ไว้ใน Thailand Investment Forum เกี่ยวกับ "ผลสำรวจพฤติกรรมของ นักลงทุน บุคคลไทย ที่เน้นการลงทุนระยะสั้น" -- รายย่อย ว่างั้น.
..
อ่านไป ก็ ได้ แต่ ร้อง โอ้ว!! เย้!! ไปตลอด ทุก สไลด์ ช่างเป็น 27 สไลด์ ที่ทรงคุณค่า อย่างมากมาย
และน่าจะ ปลุกกระแส การศึกษา ด้าน เทคนิคคอล เทรด ให้เพิ่มมากขึ้น ในนักลงทุนหน้าใหม่ๆ อย่างแน่นอน
..
เพราะในปัจจุบัน สถาบัน .. กองทุน ต่างๆ ก็ล้วนมีผู้ดูแล ที่มีทีมงานส่วนหนึ่ง เป็น มือเทคนิคคอล กันทั้งนั้น
หากรายย่อย ไม่มีความรู้เข้าตลาด คงกลาย เป็น เหยื่อ กันถ้วนหน้า ...
.
ก็ขอบ่น หน่อยเถอะ ..
..
ที่จริง แล้วพออ่าน งานวิจัย นั้น เสร็จ ทำให้ นึกถึง สมุด เล็กเชอร์ เล่มเล็ก ที่ ค่อนข้าง เก่า และ โทรมจากการถูกใช้งาน อย่างหนัก เล่มหนึ่ง.. จากการถูก เปิด พลิกไป พลิกมา ทุกๆ วัน ตลอด 3-4 ปี แรก ของการหัด เทรด นั่น เอง ...
..
ตอนนี้ สมุดเล่มนั้น ถูกซ่อมแซม และถูกเก็บไว้ใน ตู้หนังสือ อย่างดี .. และ ถูกคัดลอก เนื้อหา ที่เกี่ยวกับ เทคนิคการเทรด ที่ได้ จดบันทึก และ ศึกษามา .. ออกมาเป็น สมุดเล่มใหม่ แล้ว ..
(ที่จริง สมุดเล่มปัจจุบัน ที่ใช้อยู่เป็น เล่มที่ สาม แล้ว .. เพราะเล่มที่ สอง ก็ ยับเยินไป แล้วเหมือนกัน..เฮอะๆ)
..
แต่ใน สมุดเล่มที่ สอง และสาม นั้น ไม่ได้คัดลอก ข้อความ ที่ สำคัญมากๆ ที่จดบันทึกเอาไว้ ออกมา .. เพราะตอนที่ คัดลอกนั้น .. ไปให้ความสำคัญกับ เนื้อหา ความรู้ และเทคนิค ต่างๆ อย่างมากมาย.. และได้ละเลย ที่จะคัดลอก สิ่งนี้ ออกมา ..
..
หลังจาก ได้อ่าน ผลวิจัยของ TRIS แล้ว .. มันกระตุ้น ความทรงจำ อย่างแรงกล้า ให้กลับ ไปเปิด ดูสิ่ง ที่ได้ จดเอาไว้ .. อ่าน เสร็จ .. ได้แต่ หัวเราะให้กับ ตัวเอง ..
เพราะ มันล้วนแล้วแต่เป็นเรื่อง จริง ทั้งสิ้น .. บางอย่าง ก็ทำไป ด้วยตนเองด้วย และได้รับ บทเรียน ที่ต้องจดจำไว้ ว่า .. พลาด..

ดังนั้น เพื่อให้ สิ่งนี้ ไม่หาย ไปจากความทรงจำ อีก วันนี้ ขอคัดลอก สิ่งนั้น มาไว้ที่นี่ เพื่อให้ ใครที่ผ่านมาอ่าน ได้ช่วยกันจดจำ และ อาจจะได้นำไป บอก ต่อๆ กัน

ขออภัย ไว้ก่อน หาก สิ่งที่กำลัง จะได้ผ่านตา ต่อจากนี้ มันจะไป กระแทกใจ ใคร หรือ ทำให้ใครไม่พอใจ.. หากเป็นอย่างนั้น แล้ว ขอให้ หยุดอ่านเถอะครับ .. จะได้ ไม่โกรธ กัน..
..
..
เรื่อง ความผิดของ ใคร .... ล่ะ

นักลงทุน ในตลาด ล้วนแล้ว แต่ต้องเคยพลาด .. จะพลาดน้อย พลาดมาก .. หนักหนาถึงขั้น เจ๊งสนิท กลับมายืนอีกไม่ได้เลยก็มี .. หรือ มีอาการ ทำอะไร ไม่ได้ .. ได้แต่ดู หุ้นในมือ "หมดค่า" ลงต่อหน้าต่อตา สุดท้ายเหลือ เพียงใบหุ้นกลายเป็น ภาพใส่กรอบแขวนไว้เป็น อนุสรณ์ เท่านั้น
.. ขอรวบรวม ความผิดพลาด เท่าที่ บันทึกไว้ได้ ดังนี้
..
1. ซื้อได้ .. หาที่ขายไม่เป็น
     ตอนซื้อ มีคนเชียร์ .. แต่ตอนขาย ไม่มีใคร มาบอก .. คนเชียร์ให้ซื้อ มันขายไปตั้งนานแล้ว .. แต่เธอยังกอดไว้เลย.. แล้ว ก็ได้ แต่ถาม ใครไปเรื่อยๆ ว่าขาย ตรงไหน ดี ...แต่ไม่ขายซะที..
 .. นั่นซิครับ ขายตรงไหน ดี นะ

2. ซื้อหุ้น แล้ว กะ ฟันกำไร นิดเดียว ..แต่พอขาดทุน ถือกินปันผล
     - มักจะได้ยิน เสมอๆ  "... น้อง ตัวนี้ ขายได้กำไร ...% แค่นี้ ก็เอาแล้ว ดีกว่า ฝากธนาคารกินดอกเบี้ย.."
     - พอมันลงต่ำกว่าราคาซื้อ  ".. พี่ๆ มันมีข่าวอะไร เหรอ ..พื้นฐาน มันดี นะ ทำไมมันลงล่ะ .. เดี๋ยวมันจะขึ้น ใช่ไหม ..พี่..."
     -  พอมันลงหนักๆ  ".. ไม่เป็นไร ปี ที่แล้ว เขา จ่ายปันผล ดี ... พี่ ถือ รอปันผล ก็ได้ .. ไม่ขาย .. (โว้ย)..."

3. เลือก ซื้อ หุ้นเอง ไม่เป็น .. มีคนเลือกให้ตลอด
      มักเจอคำถาม แบบนี้  " .. พี่ครับ .. มีหุ้น ตัวไหน แนะนำ บ้างครับพี่ ..."   
      "..หุ้นอะไร พื้นฐานดี บ้างครับ...."   "..เธอ ตัวนี้ ซิ ดี  นะ  เรายังซื้อไว้เลย .. "
      "....อยากถือลงทุน.. ล่ะ ครับ.. อะไร มีแววดี ปันผลดีๆ บ้าง ครับ...."
         .... อยากจะบอก เธอ และเขาเหล่านั้น จังเลย .. กำลัง ซื้อหุ้น นะครับ มันเป้นการลงทุน ซื้อแล้วได้เป็นหุ้นส่วน เหมือนได้เป็น เจ้าของกิจการ นั้น เลยนะครับ  .. ไม่ได้ ยืนอยู่หน้าแผง ลอตเตอรี่ นะครับ
คนซื้อหวย เขา ยังลงทุน หา เลขเด็ด กันเลยครับ ... ... จะเป็นนักลงทุน ทำการบ้าน ซักหน่อยเถอะ ครับ

4. จับต้นชนปลายไม่ถูก รับข้อมูล สะเปะสะปะ .. จนงงเอง
     .. ฟังคนนั้น ที ฟังคนนี้ ที.. อ่านข่าวใน นสพ. บ้าง อ่าน บทวิเคราะห์ บ้าง ...
    สุดท้าย ซื้อ เข้าไป ตอน ที่กำลัง จะลงอยู่แล้ว

5. จะซื้อ หุ้น แต่ มัวแต่ลังเล .. 
     เพราะไม่มี ความรู้ ความเข้าใจ อะไร เลย ทำให้ ขาด ความมั่นใจ ก็จะลังเล ทั้ง ตอน ซื้อ และตอนขาย ทำให้ ทำการ ซื้อ-ขาย ผิด ที่ผิด เวลา

6. ซื้อ หุ้น ตาม ความเคยชิน ที่เคยเล่น
     เคยเล่นหุ้น อะไร ก็ วนเข้า-ออก มัน อยู่ไม่กี่ตัว  มาแนวแฟน พันธ์แท้ ..
     "... คราว ที่แล้ว มันวิ่ง ไป ตั้ง เท่านี้ นะ ... พี่ได้กำไร ... ตั้งเท่านี้เลย นะ "
     อยากจะบอก พี่เขา มากเลย .. พี่ครับ นั่น มัน คราว ที่แล้ว ครับพี่ ... แต่กลัวพี่ จะเสียใจ..

7.  เล่นหุ้น ตาม ข่าว วงใน -- หา Insider อย่างเดียว
      คนเรา ชอบความลับ ครับ  ได้รู้แล้ว รู้สึกมีความสำคัญ จริงๆ  ...
      ข่าวพวกนี้ ไม่ ปฏิเสธ นะ เพราะบางที มัน ก็จริง  แต่คิดกันบ้างไหม ว่า Insider มันจะมาบอกทำไม มันเก็บไว้เล่นเองไม่ดีกว่าเหรอ... แล้วคนที่รู้ ก็ต้องคัน อยากบอกใครสักคน..
      คน เขา อยากปล่อยของ ให้ได้ เร็วๆ แรงๆ มันก็ต้อง มีอะไร กระตุ้นกันบ้าง ให้สัมภาษณ์ หรือแถลงข่าว น่ะ เหรอ มัน ไม่แรงพอหรอก --- Power of Mouth สิ แรงกว่าเยอะ...
     ข่าวลือ ที่แท้จริง เชื่อถือได้ มักจะเป็นข่าวร้ายเสมอ...

8. ถือหุ้น ที่ ราคา ขาดทุน ไว้ โดยไม่ทำอะไร -- ปล่อย ให้ ราคา ไหล ลงไป ลงไป เรื่อยๆ
      คนจำนวนมาก เข้าซื้อ หุ้น เพราะ ข่าว ว่า "... จะไปที่ราคาเท่านั้น.."  แล้ว เชื่ออย่างนั้น Memory ฝังหัวไว้เลย.. หุ้นลง ก็ไม่ทำอะไร เกิด อาการ Freeze  ทำอะไร ไม่เป็น ..

9. ไล่ซื้อหุ้น ที่ ราคา ไหลลงไปเรื่อย --เห็น แก่ของถูก
     ราคาหุ้น เทลงมาต่อเนื่อง จนรู้สึก เอาเอง ว่าถูกมากแล้ว ก็เข้าไป ซื้อ.. ยิ่งลง ยิ่งไล่ ซื้อ..
... ซื้อจนเงินหมด แล้ว ... มันยังลงต่อ ... คราวนี้ ทำไง ล่ะ .. คงได้แต่นั่งมอง...

10. เห็นหุ้นที่มี ทิ้งลงมา แล้วซื้อเฉลี่ย
       ยิ่งลง ยิ่ง ซื้อ .. ยังไม่เห็นเลย ว่า จะขึ้น ตอนไหน .. สัญญาณ กลับตัวก็ไม่มี ..
   พยายามไล่ ซื้อ ให้ ต้นทุน ตัวเอง ต่ำลง ...
       แต่หารู้ไม่ ว่า การ ซื้อในลักษณะ นั้น หากต้องการ ให้ ซื้อแล้ว ทุนต่ำลงจริง ๆ จะต้องซื้อ ในจำนวน อย่างน้อย 2 เท่า ของจำนวนหุ้น ที่มี  เช่น มี 10,000 หุ้น  จะซื้อเฉลี่ย ก็ต้อง ซื้อ เพิ่ม อย่างน้อย 20,000 หุ้น หรือมากกว่า .. ซึ่ง สุดท้ายใช้เงินมหาศาล.. .. เสียโอกาสมากมาย แทนที่จะเอาเงินนั้นไป ซื้อหุ้น ตัวอื่น ที่ กำลังวิ่งขึ้น .. และอาจทำกำไร ได้มากกว่า ..เร็วกว่า

11.  ซื้อหุ้น ตัวเล็ก เพราะ คิดว่า ซื้อได้ จำนวนมาก
       เออ.. อยากให้ทำความเข้าใจ กัน ใหม่เลย .. ลงทุน เขาไม่ได้ดู ว่า ใครมีหุ้น มากกว่ากัน นะครับ
      เขาดู ว่า ใคร ทำ % กำไร ตอบแทนให้มากกว่ากัน .. หุ้น ตัวเล็ก มีดี ที่ เวลา วิ่งข้าม ช่อง แต่ละช่อง ให้ % เพิ่มได้ สูงกว่า หุ้น ตัวใหญ่  .. แต่ ก็อย่า ลืมดู ด้วย ว่า หุ้น ทั้งตลาด มีอยู่เท่าไหร่ มันมี Liquidity เพียงพอให้ เทรดไหม

12. ไม่กล้า ซื้อหุ้น ตัว ที่ LEAD ตลาด เพราะ คิดว่า  ราคา วิ่งไปสูง แล้ว
       เราไม่ได้พูดถึง หุ้น อะไร ก็ไม่รู้ เรากำลงพูดถึง หุ้น ตัวที่ LEAD ตลาด .. หุ้นที่มันขึ้นแล้ว ทำให้ SET index วิ่งตามได้ .. มักคิดว่า ราคาสูงไปแล้ว .. แต่กลับพบว่า ที่ว่า สูงแล้ว ยังมีสูงกว่า ... และสูงกว่าได้อีก
... และราคา หุ้น ที่วิ่ง สูง ขึ้น ทุกวันๆ มัน ลาก ความโลภ ของคนออกมาด้วย .. จนมันสูง จนถึงจุดที่ ความโลภ ครอบงำ เป้น ความกล้าให้ แมงเม่า ทั้งหลาย บินเข้ากองไฟ อย่างไม่กลัวร้อน

13. ซื้อหุ้น เพราะ XD 
      บางคน แย่งซื้อ เพราะ หุ้น ประกาศ จ่ายปันผล พื้นฐานดี  หวัง ซื้อเอา XD free
... แต่พอ ติด XD แล้ว ราคา ลงหนักกว่า ปันผล ที่ได้ ซะอีก .. ก็ต้อง ถือ แดงติดพอร์ทไว้ อย่างนั้น
      บางคน รอซื้อ ในวันที่ ติด XD กะว่าจะได้ ซื้อของถูก ก็ได้เจออะไร ที่ถูกกว่า ... ลงลึกแล้วหลับเลย ก็มี

14.  เป็นโรคกลัวความสูง
       หุ้นกระชาก ทำ NEW HIGH ไม่กล้าเล่น ..รอมันถอยลงมาก่อน .. ไม่ Follow Buy ทันที ที่เห็น ว่าทำ New High แล้ว .. ทำให้เสียโอกาส..

15. ขี้เหนียว commission
       ไม่ยอมซื้อขาย  กลัว มาร์ รวย เพราะ ได้ Comm. เยอะ


16. ตั้ง อยู่นั่นล่ะ
      จะซื้อขายหุ้น มัวแต่ไปตั้ง Bid ตั้ง Offer โดยไม่ได้ดู อย่างอื่นประกอบเลย . สุดท้าย ไม่ได้ ซื้อ - ขาย
บางจังหวะ มัน ตั้ง ไม่ได้..  อย่าง Stop Loss มันต้องโยนเลย ได้ราคาไหนก็เอา

17.  ชอบเล่น ของใหม่ (โดยไม่มีความรู้)
       เล่นหุ้น จอง .. ไป แย่งจองหุ้น กับเขา .. เพราะ คิดว่า จะได้ ต้นทุนดีกว่า
       ให้รู้กันไป IPO มี แค่ 1 ใน 5 เท่านั้น ที่ เข้าตลาด แล้ว ขึ้นเลย
       แต่อีก 4 ส่วน มันวิ่งลงก่อน ทั้งนั้น  ... รู้ อย่างนี้ แล้ว จะยังจองหุ้น กันอีกไหม ล่ะ

18. เทรดหุ้น ไม่ดู กราฟ
       ไม่รู้เหมือนกัน ว่า คนที่ เทรดหุ้น แล้วไม่ดูกราฟ เขาดูอะไรกัน เอาอะไร เป็น ตัวตัดสินใจ ในการกำหนดราคา ซื้อขาย.. แต่ที่แน่ๆ คนที่เทรดหุ้น ไม่ดูกราฟ ก็เหมือน คน ที่ ขับรถ ไป ต่างจังหวัด แล้วไม่ดูแผนที่ ไม่มี GPS.. ก็อาศัยดู ป้าย ข้างทางบ้าง ดูหลักกิโลบ้าง ถามทางจากชาวบ้านแถว นั้นเอาบ้าง
..
..
.. สุดท้าย .. ความผิดพลาดที่ เกิด ขึ้น ก้ล้วนทำให้ นักลงทุน เจ็บช้ำ ..ฝากรอยแผล กัน ไว้
..
..
..ปุกปุย

..
.
<-- Previous  : เที่ยวเอง (ในตลาดหุ้น) สนุกกว่าเป็นไหนๆ :) (สำเนา)
   Next --> : ขอบันทึกเส้นทางของนักลงทุน..คนหนึ่ง

วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เที่ยวเอง (ในตลาดหุ้น) สนุกกว่าเป็นไหนๆ :) (สำเนา)


ด้วยความว่างในวันหยุด ที่ไม่รู้จะทำอะไร ก็ลองเข้าเน็ต ไปเปิดหาข้อมูลที่จะไปเที่ยวกับครอบครัว ในปีหน้า และเปิดเช็ค updated Facebook ไปด้วยพร้อมๆ กัน
ก็ไปสะดุด กับโพสอันหนึ่ง ใน Thailand Investment Forum

"เมื่อก่อน เชื่อมั่นว่าปัจจ้ยพื้นฐาน และข่าวสารเท่านั้น ที่จำเป็นในการเทรดหุ้น แต่เดี๋ยวนี้ เริ่มเข้าใจแล้วว่าการวิเคราะห์เทคนิก ก็สำคัญไม่แพ้กัน และจำเป็นกับทั้งนักลงทุนระยะสั้นมาก ไปจนถึงระยะยาว"

จึงเป็นจุดเริ่มของความคิด ที่ไหลไป จนทำให้ พิมพ์อะไร ทีเปรียบเทียบ ตลาดหุ้น กับการไปเที่ยว จนเป็นเหตุ ให้ Thailand Investment Forum เอาไปบันทึกไปเป็น Note ไว้ ที่นี่

ก็เลย ขอ คัดสำเนา เอามาไว้ ที่ Blog ของเราด้วย เพื่อเป็นที่ระลึก ถึงการที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันกับ น้องเก่ง แห่ง Thailand Investment Forum 
ขอขอบคุณน้องเก่ง ด้วย ที่เห็นว่า ความคิดเปรียบเทียบเชิงนี้ ไม่ได้เป็นการคิดที่เลื่อนลอยไป

ปุกปุย

- - + - - + - - + - - + - - + - - + - - + - - + - - + - - + - - + - - + - - + - - + - - + - - + - - + - - + - - + - -


เที่ยวเอง (ในตลาดหุ้น) สนุกกว่าเป็นไหนๆ :)
by Thailand Investment Forum on Sunday, December 5, 2010 at 1:14am


จาก Post เล็กๆ หนึ่งชิ้นของ TIF ในวันนี้ ใครจะรู้ว่ามีที่มาจากการได้เปิดโลกทัศน์ด้านInvestment Technical Analysis ของผม หลังจากได้รู้จักกับคุณ Pragasit Thitaram (พี่ปุย) ผู้ก่อตั้ง Wave Riders Blog "http://waveridersclub.blogspot.com/"

พี่ปุยเป็นนักลงทุนเน้นด้านเทคนิก ที่มีประสบการณ์อย่างโชกโชนและประสบความสำเร็จอย่างสูง จากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหุ้น และอนุพันธ์ ซึ่งไม่ได้มาด้วยโชค แต่ได้มาด้วยการทำงานหนักในการคิดวิเคราะห์ และทดสอบความเชื่อของตัวเองอย่างต่อเนื่อง

และที่สำคัญ ผมรู้สึกได้อย่างแท้จริงว่า พี่ปุย เป็นผู้มีจิตสาธารณะในการเผยแพร่มุมมองและประสบการณ์การลงทุนในเชิงเทคนิกให้คนหมู่มากได้ศึกษาอย่างไม่หวงวิชา (ไม่กั๊ก) เพื่อคนจะได้เพิ่มพูนความมั่งคั่งและลดโอกาสขาดทุนในแบบที่ไม่ควร

วันนี้่ พี่ปุยได้ให้ comment ต่อเนื่องจาก Post ของผม ซึ่งคิดว่าจะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อนักลงทุนโดยทั่วไปหากจะนำมาแบ่งปันกันให้ชัดเจนอีกครั้งในรูปของ Note จึงขอรวบรวมมาไว้ ณ ที่นี้

------------------

TIF:  เมื่อก่อน เชื่อมั่นว่าปัจจ้ยพื้นฐาน และข่าวสารเท่านั้น ที่จำเป็นในการเทรดหุ้น แต่เดี๋ยวนี้ เริ่มเข้าใจแล้วว่าการวิเคราะห์เทคนิก ก็สำคัญไม่แพ้กัน และจำเป็นกับทั้งนักลงทุนระยะสั้นมาก ไปจนถึงระยะยาว

พี่ปุย: เมื่อเทคนิคที่แท้จริง พิสูจน์ให้เห็น ถึง ความเป็นไปได้

TIF: ซึ่งต้องขอขอบคุณ คุณปุย แห่งhttp://waveridersclub.blogspot.com/ เป็นอย่างสูง ที่ถ่ายทอดความรู้ให้ครับ :)

พี่ปุย: ปัจจัยพื้นฐาน เอาไว้ กำหนดสถานที่ไปเที่ยว ที่จะได้เก็บเกี่ยวประสพการณ์ เป็นกำไร ดังเช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต พังงา ใครก็รู้ว่าน่าเที่ยว ไม่ต่างกับ BANPU, PTT, BBL, SCB, KBANK ใครก็รู้ ว่าพื้นฐานดี..บทวิเคราะห์ และข่าวต่างๆ ก็เป็น มีเดีย ที่เชียร์ กันเข้าไป ว่าที่นั่นสวย ที่นี่ งดงาม อาหารอร่อย ของถูก น่าช็อป

แต่ตอนที่เราไปถึง มันสวยจริงไหม..Ticker และ Bid-Offer เป็นหลักกิโลข้างทาง คอยบอกว่าถึงไหนแล้ว แต่มันไม่ได้บอกอะไรที่มากกว่านั้น

แต่การวิเคราะห์ ทางเทคนิค ขั้นพื้นฐาน เป็น เข็มทิศ แผนที่ ที่จะบอกรายละเอียด ถึงเส้นทาง ทางหลวง ทางลัด ทางแยก ไฟแดง จุดพัก ให้เราเดินทางถึงจุดหมาย โดยไม่หลงทาง และอาจถึงที่หมายได้เป็น กลุ่มแรกๆ

ส่วน การวิเคราะห์ทางเทคนิค ขั้นสูง ที่มี Apps ดีๆ คอยช่วย ก็เหมือน มี GPS แผนที่ดาวเทียม google earth, Weather forcast.. ที่จะคอยบอกถึง สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ตลอดเส้นทางการเดินทาง มี Alert เตือนถึงสภาวะอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต... ทำให้เราเดินทางถึงที่หมาย เป็นคนแรกๆ

นักลงทุน ในตลาด ชอบแบบไหนล่ะครับ ส่วนใหญ่ จะไปเที่ยวไหน ชอบซื้อทัวร์กัน เขาถือธงพาไปไหน ก็เดินตามเขาไป ไม่กล้าแตกแถว เดี๋ยวหลงทาง

ตอนเลือก บริษัททัวร์ (บลจ.) นั้นเป็นยังไงก็ไม่รู้ มีการวิเคราะห์ เส้นทางดีไหมก็ไม่รู้ ฟังแต่เซลล์ เสียงดี พูดเพราะ เชียร์เก่งๆ ไกด์ทัวร์ (มาร์) เป็นไงก็ไม่รู้ มือใหม่ มือเก่า ชั่วโมงบิน เป็นไง ก็ไม่แน่ใจ

ถามจริงๆ มีไกด์ทัวร์ กี่คนในตลาด ที่อ่าน GPS เป็น.. ส่วนใหญ่ก็ จำเอา จากเป้าที่คนอื่นเขาทำไว้ให้

พี่น้อง ครับ ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ใช่ ซื้อทัวร์ ไปเที่ยวนะครับ ...ฝากความสุข ไว้กับคนที่คุณไม่รู้จักจะพาคุณไป..มาหาความรู้กันเถอะครับ.. จะเที่ยวในตลาดหลักทรัพย์.. เที่ยวเองไม่ต้องพึ่งใคร สนุกกว่า

ลองซิครับ.. แล้วคุณจะรู้ว่า มันสนุกกว่าจริงๆๆ
.....................

และพี่ปุยทิ้งท้ายไว้ว่า: ‎@ Everyone who like...ถ้าชอบใจ ก็ติดตามผลงานกันได้ที่http://waveridersclub.blogspot.com/ อาจจะชอบใจมากขึ้น ครับ

วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เหตุเกิด อีกครั้ง ในวันที่ 1-9 ธันวาคม 2553 กับ S50Z10



หลังจากที่ได้ คาดการณ์ และวางภาพความเป็นไปได้ ไว้ ล่วงหน้า ซึ่งก็ไม่รู้ว่า จะเป็น จริงได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อความต่อเนื่อง ภาพที่ คาดการณ์ไว้ ดังนั้น จะทำการ Updated ความเป็นไป ในแต่ละวัน ตั้งแต่ วันที่ 1 - 9 ธันวาคม 2553 กับ S50Z10
...
คัดลอก ความคิดเห็น ที่บันทึกความเป็นไปมาไว้ตรงนี้







Pragasit Thitaram (Pookpui) กล่าวว่า...
บันทึก วันที่ 30 พฤศจิกายน
S50Z10 ครึ่งเช้า ไม่ไปไหน เลย ไม่เปิดกระโดด ด้วย  เปิด ที่ 701 High แล้ว แกว่งไปมาแคบๆ Low ที่ 695.5  ยังสามารถยืน อยู่บน EMA35 ได้ แต่ปริ่มๆ มากเลย  มีลุ้น ตอนบ่ายแล้ว ล่ะ ว่าจะยังไง
เพราะถ้า ยืน 695 ไม่อยู่ ถือว่า อาการ ไม่สวยแล้ว
อาจจะไม่เป็น double bottom อย่างที่คาดไว้

30 พฤศจิกายน 2553, 12:53





Pragasit Thitaram (Pookpui) กล่าวว่า...
ปิดตลาดวันที่ 30 พ.ย. SET index 1005.12 SET50 698.46
มูลค่ารวม 39,811 ล้านบาท เป็นสถาบัน ซื้อสุทธิ 226 ล้านบาท  บัญชีบล. ซื้อสุทธิ 249 ล้านบาท , ต่างประเทศ ซื้อสุทธิ 381 ล้านบาท   รายย่อย ขายสุทธิ 856.38 ล้านบาท
วันนี้ ตลาดทำปิด ATC อย่างรุนแรง ท้ายตลาด S50Z10 เลยถอยมาอย่างรวดเร็ว ปิด ไป ที่ 698.60 ก็ยัง ไม่ลงต่ำกว่า 695 ก็ถือว่ายังใช้ได้ อยู่

30 พฤศจิกายน 2553, 19:27





Pragasit Thitaram (Pookpui) กล่าวว่า...
บันทึกวันที่ 1 ธันวาคม 2553
วันนี้ S50Z10 แน่นิ่ง ตั้งแต่เช้า ทำท่าจะลงให้ได้ แต่ก็เหมือนมีอะไร มายันเอาไว้ จนถึง เที่ยงก็มีแรงมาไล่ ขึ้นไป ปิดภาคเช้า ที่ 704.7 แถวๆ High เมื่อวาน เปิดบ่ายมา พอมีข่าวประกาศ ปรับอัตราดอกเบี้ยเท่านั้น  วิ่ง แรง ทะลุ ไปจนปิดตลาดที่ 712.80
ทำสัญญาณ ขึ้น ได้ อย่างชัดเจนที่สุด
... นึกว่าจะไม่ขึ้น ซะแล้ว ....

1 ธันวาคม 2553, 22:07 
..  

..  สำหรับ ภาพ กราฟ ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2553 เป็นแบบนี้
..
.


. ดูแล้ว พบ สํญญาณ เกิดขึ้น หลายอย่าง มี
    1. MACD ทำยอดสูงกว่า Loop ก่อนหน้า ดังนั้น แท่งราคา ควรจะขึ้นได้สูงกว่านี้ อีก
    2. แท่งราคาปิด แรง และ Low สูงขึ้นตลอด ทั้ง วัน
    3. Stochasticวิ่งไปที่ 90 กว่า % ทำให้ ดูใน Frame 60 min แท่งราคา น่าจะพักตัวลงมา เล็กน้อยในวันถัดไป
 ..
.. ดูภาพใน Day กัน บ้าง ก้น่าสนใจไม่แพ้กัน
..
..
..แนว Target Line ที่แนว 100% นั้น มีค่าสุงกว่า ยอดเดิม ซึ่ง วัดแนวที่ 100% บริเวณ 745 +/- 
..MACD วันนี้ ขึ้นมา มีค่ามากกว่า Signal line ได้แล้ว ต้องดูพรุ่งนี้ อีกวัน ว่า จะเป็นอย่างไร
..Stochastic เส้นกางออก เปิด ช่องว่างระหว่าง ค่า %K และ ค่า %D ทำให้ ยังหาข้อสรปที่แท้จริง จะเป็นตามรูปได้ไหม
..
...
   -----------------------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 2 ธันวาคม 2553
..
วันนี้ เปิดโดด ครั้งที่ 1 แรงดีพอสมควร เปิดแล้ว ก็วิ่งๆ แรงซื้อท่วมตลาด
S50Z10 ขึ้นมายืน ปิดตลาด บน แนว 38.2% บริเวณ 722-723
..
..
   คาด หมาย แนวพรุ่งนี้ น่าจะไปที่ แนว 61.8 หรืออาจจะขึ้นไป ถึงยอดสูงเดิม เลยก็เป็นไปได้
ขึ้นอยู่กับ จะเปิด กระโดดได้ ดีขนาดไหน
   ให้แนวสูงที่สุด ที่จะกระโดดขึ้นไปได้ ที่ 161.8% หาก วิ่งไปที่ เท่านั้นจริง เวลาของการขึ้น ในครั้งนี้ น่าจะยาวนาน เกินกว่า 8 ธ.ค. แน่นอน
..
..
   สัญญาณในการวิ่งขึ้น แสดงให้ เห็นว่า น่าจะ ยังได้อีกหลายๆ วัน  แต่เอาที่ เป้าแรก ที่ 735 แนวเดิมก่อน
..
..
  ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


.วันที่ 3 ธันวาคม 2553
เกิดอะไร กับตลาดหุ้นไทยในวันนี้.. 
S50Z10 เปิดตลาดมาแล้วไม่ไปไหน ไปจนตลอดวัน ในสัญญาณ MACD เริ่มมีการชะลอตัวของ MACD แล้ว  ทำให้ ต้องระมัดระวังกันเป็น พิเศษ สำหรับ คนที่มีสัญญา อยุู่ ครับ
..
..
..เรามาลอง คาดการณ์ กันดู ว่า วันอังคารที่ 7 ธ.ค. เปิด เทรดแล้วจะเป็น อย่างไร กันได้บ้าง
เพื่อหาแผนรองรับ.. สิ่งที่อาจจะเกิด ขึ้น ในอนาคตกันนะ
    a. เปิดมาลงเลย แต่ไม่ต่ำกว่า 710 แล้วเด้ง ทำยอดสูงใหม่
    b. เปิดแล้ว ไปข้างๆ ไม่หลุด 720 แล้วเด้ง ข้าม 730
    c. เปิดแล้ว ลงเลย และลงไปเรื่อยๆ จนหลุด 700
มาตามดู ดีกว่า มาจะออก แบบไหน
...
...
  +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+


วันที่ 7 ธันวาคม 2553


และแล้ว S50Z10 ก็ได้ เฉลยตัวเองออกมา ไม่ยอกหลุด 720 แล้วเด้ง ขึ้นมา ทดสอบ 730 กันเลย ซึ่งก็เป็นแนวสำคัญอันหนึ่งเลยทีเดียว  เนื่องจาก MACD ในภาพ Day ยังขึ้นมาทุกวัน ยังไม่มีการย่อตัวลงมา ในลักษณะแบบ ทางเทคนิค ถือว่ายังมี Momentum ดี ดังนั้นค่อนข้างเชื่อลึกๆ ว่า จะผ่านยอดสูงเดิมไปได้
เลยขอให้แนว ไว้ที่  736 - 744  ส่วนสิ่งที่ท้าทายต่อไป คือแนว MAX. ที่สุด นั่นก็ต้องไปลุ้นว่าจเป็นอย่างไร ต่อไป
..
..
..ส่วนภาพ ใน 60 นาที ก็พบอะไร ที่น่าสนใจทีเดียว เพราะมีการเกิด GAP ซึ่งเป็นสัญญาณ ที่สำคัญก็ว่าได้
..
ช้อสังเกต ของ ภาพ นี้
 1. แท่งราคา ไม่หลุด EMA15 สีแดง ดังนั้น Red Knight ไม่ทำงาน
     (อ่านเรื่อง Red Knight ได้ ใน เหตุเกิดที่เส้นค่าเฉลี่ย ภาค 2: 5 อัศวิน EMA - ตอนแรก)


2. แท่งราคา ไม่ตก Trend Line สีส้ม  ซึ่งเป็นแนวรองรับ และยืนยันการจบชุดของ คลื่น


3. แท่งราคา ไม่มีการถอยมาปิด GAP


..ด้วยสัญญาณ ทั้ง สามอย่างนี้ จึงช่วยยืนยันการ วิ่งขึ้นอยู่ ต่อไป


4. MACD ใน 60 นาที เริ่มมีการ Divergent ให้เห็น เป็นสัญญาณบอกถึง การเริ่มถอยลงมาพักตัว ก่อนที่จะไปต่อไป


  แผนการ คือ ใครที่ LONG ไว้ ต้นทุน ต่ำ ให้ GAP เป็น แนว STOP LOSS
  แต่ถ้า LONG ไว้ต้นทุนสูงกว่า GAP แนะนำ ให้ใช้ EMA15 สีแดง ,EMA35 สีฟ้า เป็น แนว STOP LOSS แทน
.....


---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/---/




วันที่ 8 ธันวาคม 2553


ในที่สุดวันนี้ ก็มาถึง วันแห่งการ ลงแดง อย่างแท้จริง ก็เริ่มขึ้นแล้ว
ภาพวันนี้ ไม่สวย เลยโดยสิ้นเชิง  หลายๆ คนได้รับ ข่าวร้าย ติดดอย โดยเฉพาะการขาย PTTCH ของ SCC จำนวน 236 ล้านหุ้น เป็นอะไร ที่ ค่อนข้าง ทำร้ายรายย่อย อย่างแท้จริง
.. มาดูภาพ ระดับ Day กันก่อน






..
ในภาพนี้ วันนี้ ตก EMA5 ใน Day แล้ว เป็น สัญญาณ ให้ ผู้ ที่ถือ Long Position ต้องทำการ Take Profit ไปแล้ว ถึงแม้จะยังไม่ ตกใต้ EMA15 ก็ตาม เพราะ EMA15 นั้น อยู่ ที่ Neck Line พอดี ดังนั้น หากตก Neck Line จะเป็น การจบ รูปแบบ Double Bottom ทันที  เราจึงไม่สามารถใช้ EMA15 มาใช้เป็น Take Profit Criteria ได้
..
นอกจากนี้ ยังมี สัญญาณ อื่น แสดง ให้เป็น ที่น่ากังวล อีกด้วย
 1. MACD ในวันนี้ ถอยลงมาแล้ว และ มี สัญญาณ Divergent อย่างชัดเจน (MACD ยอดต่ำลงกว่ายอดของอันก่อนหน้า ทั้งที่แท่งราคาอยู่ใกล้เคียงกัน) เหมือนบอกว่า Momentum หมดแล้ว จะลงแล้ว นะ
..
2. Stochastic เส้นตัด ลง เปิด อ้าปากออก มาจ่ออยู่ ที่ 80% เป็นสัญญาณ พร้อมที่จะกระโจนลง อย่างชัดเจน
..
ดังนั้น โอกาสที่จะกลับลำแล้ว ขึ้นกลับไปทำยอดสูง กว่า Last High ลดลงเหลือเพียง 1/3 หรือน้อยกว่านั้น แล้ว  ด้วยภาพ นี้ ผู้ที่ ยังเหลือ Long Position อยู่ ควรปิด ทำกำไร ออกมาดูสถานะการณ์ก่อน คนที่จะถือไว้ลุ้นได้ ควรมี ต้นทุน ต่ำกว่า 680 หากต้นทุนสูงกว่านั้น มีความเสี่ยงที่จะขาดทุน สูงมาก
..
เพื่อความชัดเจนและตอกย้ำ มาเจาะ ลงให้ลึกไปถึง ระดับ 60 นาที เลย
..
  จากที่เรา ตี Trend Line สีส้ม เอาไว้เป็นแนว ยืนยันว่า การขึ้นมาจาก 700 ถึง 730 นั้น จบแล้ว มาวันนี้ ยืนยันแล้วว่า การขึ้นนั้นจบไปแล้วจริงๆ ด้วยแท่งราคาที่ทิ้งตัวลงมาตัดทะลุเส้น ในช่วงสายๆ
  และก็ได้ ตี เส้น GAP เอาไว้ ด้วย ในตอนเย็น แท่งราคา วิ่งทะลุเข้ามาใน GAP Zone แต่ไม่ทะลุเส้นล่าง และดีดกลับ ขึ้นไปยืนเหนือเส้นบนได้ -- เป็นอาการ Test GAP ที่น่ากลัว เพราะพรุ่งนี้ อาจจะทำเปิดใต้เส้นข้างล่างเลยก็ได้ หรือ เด้งกลับขึ้น ไปเลยก็ได้
.. แต่ให้น้ำหนัก ลงมากกว่า ขึ้น แล้ว เพราะมีสัญญาณ อื่น สนับสนุน การวิ่งลง มาเพิ่มเติม
   1. MACD ลงแดง ต่อเนื่อง ตลอดทั้งวัน และ ลงใต้น้ำไปแล้ว (ลงใต้ ศูนย์) แล้ว ค่า MACD ห่าง Signal Line ค่อนข้างมาก  แสดงให้เห็นถึง Momentum การ เทของ ที่ยังมีมาต่อเนื่อง
..
   2. EMA Knight Signal
       - EMA5  พบว่าตลอดทั้งวัน ไม่มีชั่วโมงไหน เลย ที่แท่งราคา จะเงยหัว ขึ้นมายืนบน เส้น EMA5 สีเขียวได้  --> เป็น การยืนยัน การลง  ที่ยังมีการขายออกมาอย่าง ต่อเนื่อง
       - EMA15 ทันทีที่เปิดตลาด แท่งราคา ก็เปิด ใต้ EAM15 สีแดง  ทันที ดังนั้น ผู้ทีได้อ่านเรื่อง EMA Knight จะรู้ว่า จะต้อง ให้ Red Knight ใช้ CUT LOSS SWORD จัดการ Close Position ให้หมด ตั้งแต่ 10.00 น. เลย
       - EMA35 เปิดตอนบ่าย มา แท่งราคา มุดใต้ เส้น EMA35 สีฟ้า-- Blue Healer  เส้นชุบชีวิต เมื่อเป็น แบบนี้ แล้ว ก็แสดงว่า ไม่สามารถชุบชีวิตได้แล้ว หมดทางเยียวยา รักษาสัญญาใดๆ ไว้ได้ ผู้ที่มี Long position เหลืออยู่ จะต้องทะการ กำจัด Zombie ดูด กำไร พวกนี้ ทิ้งไปให้หมด ตัดเนื้อร้าย รักษาชีวิตไว้
..
   แสดงให้เห็น ถึง ความสำคัญ ของ การ CUT LOSS SWORD อย่างไม่ลังเล ซึ่ง สิ่งเหล่านี้ อยู่ ที่การวางแผนการเทรดไว้ ล่วงหน้า และฝึกฝนอย่างบ่อยครั้ง จนชำนาญ การเป็นสัญชาติญาณ ติดตัว
"เห็นตกเส้นแดง CUT ก่อน..หาเหตุผลที่หลัง"
   หาก Close Position ที่ใต้เส้นแดง ในตอนเช้า ที่ 725 เส้นฟ้าอยู่ ที่ 720  เรา Save Profit ได้ 5 จุด
ตอนเย็นลงไป ทดสอบเส้นม่วง ที่ 713.30 (GAP ที่ 713) แล้วมาปิด ที่ 717 ก็เท่ากับว่า ถ้าเรา Close position เพราะการตกเส้นแดง EMA15 เราก็จะ Save Profit ได้ ถึง 8 จุด 
..  ทำให้เห็นว่า  การ CUT LOSS มันสำคัญ จริงๆ อย่าลังเล CUT LOSS ตัดขาดทุน ตัดใจ และตัดความโลภ ทิ้งไปด้วย อยาจจะเหลือความเสียดายเล็กน้อย แต่ เมื่อเวลาผ่านไป จะได้ความมั่นใจในการเทรดกลับคืนมา
..
    การที่แท่งราคาลงมายืน บน เส้นม่วงแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องดี เลย เป็นเรื่องน่ากลัว จริงๆ ไม่ใช่มีโอกาส 50:50 อย่างที่ลงไว้ในภาพ แน่ๆ แต่อยากจะบอกว่า เหลือ โอกาส ขึ้น เพียง 20% เท่านั้น มากกว่า


.. มีอีกภาพที่อยากให้ดู กัน จริงๆ แล้ว ก็ มี ทำไว้ให้ดู ในภาพสุดท้าย ของ บทความก่อนหน้านี้ แล้ว และนับวันไว้ให้ด้วย ถ้าใครจำกันได้  เรานับกันไว้ ตกวันที่ 8 ธันวาคม พอดี ว่าจะเป็นการจบรอบ ของ อะไร บางอย่างด้วย (นึกไม่ออก ก็เปิดย้อนกลับไปอ่านได้)
.
.
.
... นั่นก็คือ ภาพนี้ เพียง แต่ มีการปรับ ระยะของเวลา เล็กน้อย








..


..  ดังนั้น ไม่ว่า จะเป็น ด้าน ความสูง ของ แท่งราคา ที่ เกือบจะเท่าๆ กัน ก็ถือว่า ถึงเป้าหมายแล้วก็ได้
และ  ...
   ด้าน ระยะเวลา ที่ มีความสมมาตร กัน ของ เรื่อง Time Cycle  ซึ่งเป็น พฤติกรรม หนึ่ง ของ Double Bottom Patten ที่จะต้องมี การสมมาตร กันระหว่าง ด้านซ้าย และด้านขวา ในด้านความสูงของราคา หรือด้านความกว้างของระยะเวลา ด้านในด้านหนึ่ง หรือ จะทั้ง สองด้าน เลยก็ได้
..
..
  เมื่อเห็นอย่างนี้แล้ว ทำให้ ความเชื่อ ที่ ว่า จะพลิกกลับ แล้ว ทำยอดสูงใหม่ได้ ใน 1-2 สัปดาห์ ข้างหน้า ลดลงไป เหลือเพียง 20% หรืออาจจะต่ำกว่านั้น เลย
..


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


 วันที่ 9 ธันวาคม  2553

 วันนี้เป็น วันสุดท้าย ที่จะ ปรับปรุงบทความนี้ ให้จบตามชื่อ ของมันซะที ....(ไปตั้งชื่อ มันอย่างนั้น ทำไมวะตรู เลยต้อง updated มันแทบทุกวัน...เฮอะๆๆ)

  วันนี้  ตลาดของไทยเรา แสดงอิทธิฤทธิ์ กันอีกครั้ง .. กลับเข้าสู่สภาพ ตั้งท้อง เตรียมคลอด (ทำไมถึงใช้คำนี้ จะไปเฉลยทีหลัง)  .. ซึ่งสัปดาห์หน้า ก็คงจะได้รู้กันว่า ท้องนี้ จะคลอดออกมาเป็น ลูกหมี (Bearish) หรือ ลูกกระทิง (Bullish)  .. มานั่งเพ่งเหตุการณ์ กันดีกว่าว่าเกิด อะไร ขึ้นบ้าง
..


..ดูภาพกราฟ ของวันนี้ ใน 60 นาที เราพบว่า เช้าเปิดโดด ไปรอ จ่อ ที่เส้น EMA แล้วพอ ศาลนั่งบัลลังค์ 10.30 น. เรียบร้อย พอ 11.00 น. ก็กระชากรับข่าวกัน ถ้วนหน้า  แต่ก็แค่ ชั่วโมงเดียว หลังจากนั้น ตลอดทั้งบ่าย ก็ไม่ไปไหน ... 
.. พอย้อนลงมาดู MACD พบว่า เล็กๆ จุ๋มจิ๋ม มาก ไม่มี Momentum ใดๆ เป็นการ ขึ้นกลับมาใน แดน บวก อย่างอ่อนแรงเหลือเกิน  .. (อย่างที่เรียกว่า ปลาตายลอยน้ำ ใน บทความเรื่อง MACD Behavior)
.. เห็น สภาพตลาดแบบนี้ แล้ว ค่อนข้าง อึดอัดใจ  แต่สัญญาณ สำคัญ อีกอัน ที่ บ่นถึงมาตลอด คือการ CLOSE GAP ยังไม่เกิด ขึ้น จึงยังไม่ยืนยันการลง .. (แต่มันก็ไม่ขึ้น .. )


.. คงยังให้  50 : 50 ก่อน สำหรับ ภาพแบบนี้
..
.. มาดู ภาพใน Day Chart บ้าง 
สำหรับ วันนี้ ไม่ดู เรื่อง Double Bottom แล้ว เพราะมันก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไร ต่างจากวันก่อนๆ
อาการ ที่ วันนี้ เป็น โดย ทฤษฎีแท่งเทียน (Candlestick Theory) เขาเรียก มันว่า "HARAMI pattern"


..
.. HARAMI ในภาษาญี่ปุ่น แปล ว่า ตั้งท้อง (pregnant) มีลักษณะเฉพาะ ก็คือ
..
Day 1 จะยาว ซึ่งจะ เขียว หรือ จะแดง ก็ได้
..
Day 2 จะสั้นกว่า ไม่มี New low หรือ  New High เลยเมื่อเที่ยบกับ Day 1 
   บางคนเรียก อาการแบบนี้ ว่า โดน Day 1  "อม" ไว้
   เป็นอาการเหมือน ผู้หญิงอุ้มท้องเอาไว้ จึงได้ถูกเรียกว่า " HARAMI "
..
Day 3, Day 4  ถัดมา นั้น จะมี 3 อาการ (Symptom)
 - อาการแรก  :  ไม่ไปไหน ยังโดน Day 1 "อม" ไว้ต่อไป  -->  ยังไม่คลอด --> Side Way
 - อาการสอง  :   Day 3  หรือ Day 4 ทำ Open และ Close สูงกว่า Day 1   --> คลอดได้ ลูกกระทิง --> Bullish HARAMI -->  ราคาจะวิ่งกระชากไปต่อ
 -อาการสาม  :   Day 3  หรือ Day 4 ทำ Open และ Close ต่ำกว่า Day 1   --> คลอดได้ ลูกหมี --> Bearish HARAMI -->  ราคาจะวิ่งลงต่อไป
..
 ลองมาดูตัวอย่างของ BULLISH HARAMI ด้วยกัน

  
..
ส่วน ตัวอย่าง ของ BEARISH HARAMI ก็จะเป็นแบบนี้














..
.. คราวนี้ มาดู  S50Z10 ของเรากันบ้าง ว่า เป็นอย่างไร
..

ใน วันที่ 8/11/2010 @ high 725 เป็น Day 1 ของ Bearish Harami  จะเห็นว่า Day 2 ถึงแม้จะเป็นสีเขียว แต่มีอาการถูก "อม" ไว้ พอวันถัดมา เปลี่ยนเป็น สี แดง แล้ว แต่ก็ยังถูก "อม" อยู่ และในที่สุด ก็โดดลงมา
..
ในวันที่ 29/11/2010 @ high 704.5  ดีดตัวรับข่าวอย่างรุนแรง ให้เป็น Day1 วันถัดมา นิ่งๆ มีอาการถูก "อม" ไว้ เป็นลักษณะ Harami ชัดเจน และพอ Day3 กระชากขึ้นต่อ ก็แสดงว่า คลอดได้ลูกกระทิง เป็น Bullish Harami
..
สำหรับ เมื่อวาน (8 Dec.) เป็นแท่งแทียนแดงยาว ถือว่า เป็น Day1 และ Dec. 9 เป็น Day2 แท่งเทียน สีเขียว มีอาการ HARAMI ชัดเจน โดนเสก ให้ ตั้งท้องไปเรียบร้อย ..
ต้องติดตาม กันใน สัปดาห์หน้า ว่า จะคลอดออกมา เป็น ลูกหมี หรือ ลูกกระทิง
..
แล้ว .. อยากจะได้ลูกอะไร กัน ล่ะ ???

ยังไง ซะ MACD ใน Day Frame มันก็แสดงตัว Divergent อย่างชัดเจนแล้ว  ดังนั้นแล้ว ขาขึ้น ยังไงก็เสียเปรียบ ..
..
..
..
  ดูแลรักษา พอร์ท กันให้ดีๆ นะ




ปุกปุย
..




บทความแนะนำ
  1. Sing a Song : Head-Shoulders-Knee and Toes ; Part 1
  2. เหตุเกิดที่เส้นค่าเฉลี่ย ภาค 2: 5 อัศวิน EMA - ตอนแรก
  3. MACD Behavior Part 2 ; ตัดขึ้นซื้อ ตัดลงขาย .. ง่ายอย่างงั้นเลยย (ตอนแรก)

<-- Previous  : เกิดเหตุ เมื่อวันที่ 29  พฤศจิกายน 2553 กับ S50Z10
  Next -->  :  เที่ยวเอง (ในตลาดหุ้น) สนุกกว่าเป็นไหนๆ :)  (สำเนา)