Wave Riders Technical Course Online

Wave Riders Technical Course Online
เรียน Technical Course online สามาร click ที่ ภาพเลย

วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

แค่ดู Volume ได้ ก็ มันส์ แล้ว

...หลังจากห่างหาย บทความใหม่ๆ ไป ระยะเวลา ... เพราะ ตลาดหุ้นช่วงนี้ ออกอาการ ประหลาด หลังจากประกาศ ยุบสภา (9 พ.ค.) ไปแล้ว ... หุ้นก็วิ่งกัน มันส์ ไปเลย  บางตัว ก็วิ่ง ขึ้น หลอกล่อ ให้ตาม ไป .. บางตัวก็ ตกเหว.. ชนิดที่เรียกว่า ตายตกตามกัน...
... เกิดสัญญาณ หลอก ทางเทคนิค มากมาย แหกตา เด็กเทคนิค ทั้งหลาย ให้ ดีใจ ไปอย่างนั้น เพราะ ไม่ว่าจะเป็น RSI, Stochastic มันพลิกกลับทางขึ้นกันมาหมดเลย  วันที่ 9-10-11 พ.ค. 2554 SET index ดีดกลับ จาก 1050 มาที่ 1100 อย่างรวดเร็ว จน บรรดา มือเก่า มือใหม่ ทั้งหลาย ออกมา เฮฮา ถ้วนหน้า...
... แต่ เครื่องมือ บางอย่าง ก็แสดง DIVERGENT ออกมาอย่างชัดเจน  .. เช่น MACD  ที่รอบนี้ SET ขึ้นมาแรง แต่ MACD ไม่มาด้วย .. แรงไม่มี ว่างั้น ....
..
.. แต่ใน Indicator บนกราฟ ทั้งหลาย มี 1 อย่าง ที่มาคู่กับราคา เสมอ คือ VOLUME - ปริมาณการซื้อขาย ที่ประกาศ พร้อมๆ ราคา อยู่ทุกวัน..  ยังไม่เคยพูดถึง .. Volume เลย ว่าดูยังไง ..จะว่าง่ายมันก็ง่าย นะ
แต่บางทีมันอาจจะง่าย เกินไป รึเปล่า จะ ไม่เห็นมีใคร เอามาพูดถึง ตอน ใช้วิเคราะห์ ในการเทรด จริง กันเลย ... อืม... นั่นดิ
.
. ก่อนจะไปรู้จักกับ Volume  ให้มากขึ้น มาทำความเข้าใจ ให้ลึกซึ้งกับ 2 ประโยคนี้ก่อน


“หุ้นจะหยุดลง เมื่อผู้คนหยุดขาย”
“หุ้นจะหยุดขึ้น เมื่อไม่มีใครอยากซื้อ”


.
... ราคา หุ้น ที่ขึ้นลงในแต่ละวัน ไม่ได้อยู่ ที่พื้นฐาน  หรือ ผลประกอบการของ บริษัทฯ
แต่ ราคาหุ้นที่ ขึ้นลง มันเป็นไป ตาม ความต้องการของ ผู้คนในตลาด ที่อยากจะซื้อ-และอยากจะขาย
ถ้าไม่มีคนอยากซื้อ และอยากขาย ในราคาเดียวกัน เกิดขึ้น หุ้นนั้นๆ  ก็ไม่สามารถเกิดการซื้อขายขึ้นได้
.
ดังนั้น การไหลลงของราคา อย่างรุนแรง มันแสดงถึง ผู้คนในตลาด เกิด อาการ "กลัว" อย่างรุนแรง
กลัวอะไร ???................กลัวไม่ได้ ขาย ไง จึง ยอมขายทุกราคา .... ลงมาต่ำแค่ไหน กรู ก็จะขาย...
.
.ในทางกลับกัน หุ้นที่ วิ่งขึ้น วิ่งขึ้น และวิ่งขึ้น อย่างที่ไม่เคยรอใคร ขึ้นทีเดียว กิน Offer ไปเลย 3 ช่อง.. ก็อาจจะเคยเห็นกัน ... นั่นเป็น อาการ ของผู้ตนในตลาด มีความอยากได้ หุ้นมากๆๆๆๆๆๆ
ราคาไหน มาเลย กรู หน้ามึดแล้ว ซื้อหมด .. ขึ้นสูง แค่ไหนก็ซื้อ เพราะ "กลัว" ......
กลัวอะไร ????................ กลัว ซื้อไม่ได้ ไง .... เลยแย่งกันซื้อ... แพงกว่าก็ซื้อ ....
.
.. . ทำไม ล่ะ เราปฎิเสธ ไม่ได้หรอกว่า นั่นเป็น เพราะ ความโลภ และความกลัว  ที่อยู่ในตัวคนทุกคน
GREED and FEAR ... อยากรวย..อยากกำไร...จึง "ซื้อ" ... กลัวขาดทุน กลัวกำไรน้อย.. จึง "ขาย"...
.
.. พอเถอะ บ่น ไปเรื่อยๆ ๆ จะเข้าสู่ บทธรรมะ จะกลายเป็น การ เทศนา ไป  จะออกนอกแนวทาง Wave Riders ไปซะก่อน...
.
.
VOLUME ของการซื้อขายในแต่ละวัน เมื่อมาอยู่ในโปรแกรมกราฟ มัน บอกอะไร เรา
.
VOLUME ก็ไม่เห็นจะบอกอะไร  ก็เป็นเพียง แท่งสั้น ยาว ในแต่ละวัน ... ไม่เห็นจะมีอะไรเลย
.
. ถ้าอย่างนั้น ลอง ใหม่ ลองมาปรับแต่ง VOLUME ด้วยหลักการง่ายๆ ...
... เปรียบเทียบ Volume ของวัน ปัจจุบัน เทียบกับ 5 วันที่ผ่านมา ....
.. ถ้า Volume มากขึ้น กว่า 5 วันที่ผ่านมา แสดงว่ามีคนซื้อขายมากกว่าปกติ .... ดังนั้นถ้าในวันที่มีการซื้อขายมาก แล้ว ราคา ขึ้นเป็น แท่งสีเขียว ... ก็น่าจะเป็น ข้อสรุปได้ว่า "มีคนแย่งกันซื้อ"
และ ถ้า Vol. มาก แล้ว ราคาลง เป็น แท่งแดง .. ก็น่าจะ สรุปได้ว่า "มีคนแย่งกันขาย"

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554

Nickie เสนอ Rules of Watts in Stock Trading

....เรื่องมาอยู่ว่า ผม ได้รู้จักกับ "Nickie Thanit" มือเทรดราคาทองคำ คนหนึ่ง ทาง FB นี่ล่ะ... คุยกันไปมา แลกเปลี่ยน มุมมองทางเทคนิคคอล กันมาหลายเดือนทีเดียว... เรามีมุมมองราคาทองคำสอดคล้องตรงกันบ่อยครั้งที่เดียว... เป็นความสนุก และเป็นความสุข อย่างหนึ่งเลยล่ะ ที่พบพานคนที่ คิดเห็นคล้ายกัน และมันก็ถูกต้อง เพราะเราต่างก็ ทำกำไร จากราคาทองกันมาแล้วหลายรอบ ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง...
... มาอยู่วันหนี่ง Nickie ได้ โพส Note ไว้บน Profile ของตนเอง และผมได้เข้าไปอ่าน... ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเนื้อหาที่มีคุณค่าต่อ นักลงทุน จริงๆ จึงได้ขออนุญาติ Nickie นำมาลงไว้ใน บล็อค ของ Wave Riders Blog ..จะได้เป็นประโยชน์ กับ นักลงทุนทั้งหน้าใหม่และเก่า ทุกๆ คน....
..
".....


Rule of Watts in Stock trading
by Nickie Thanit on Monday, April 18, 2011 at 1:58pm

      ผมได้อ่านหนังสือโบราณเล่มหนึ่ง ซึ่งเขียนโดย Dickson G.Watts นักเก็งกำไรในตลาด New York Cotton Exchange เมื่อ 85 ปีที่แล้ว ท่านผู้นี้ร่ำรวยขึ้นมาจากมือเปล่าด้วยการเป็นนักเก็งกำไรราคาฝ้าย และในวัยสูงอายุได้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานของ NYCE ในระหว่างปี 1878 - 1880 อีกด้วย

หนังสือเล่มนี้หายสาบสูญไปนาน แต่มันกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งเมื่อ Edwin Lefevre ผู้เขียนหนังสือชื่อ Reminiscences of a Stock Operator ซึ่งเป็นชีวประวัติของ Jesse Livermore นักเก็งกำไรผู้โด่งดังในช่วงปี 1900-1930 กล่าวถึง กฏของ Watts ไว้ในหนังสือ

หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือที่มีขนาดเล็กมาก มันมีกฏทองของการเก็งกำไรเพียงไม่กี่ข้อ ซึ่งเป็นการสรุปจากประสบการณ์การเก็งกำไรทั้งชีวิตของผู้เขียน ผมเห็นว่ามันมีประสบการณ์ที่ทรงคุณค่า ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเวลาในการเรียนรู้เกี่ยวกับตลาดหุ้นของเราได้ โดยที่ไม่ต้องจ่ายค่าเทอมเองด้วย อย่างไรก็ตาม มันเป็นหลักสำหรับการเก็งกำไรเป็นหลัก ต้องระวังเวลานำไปใช้กับการลงทุน เพราะแม้ว่าจะใช้ได้บ้างในบางส่วน แต่ไม่ว่าทั้งหมด

กฏของ Watts มีทั้งหมด 10 ข้อ
4 ข้อแรก เป็นกฏที่เป็นจริงเสมอ (Laws Absolute)

อีก 6 ข้อหลังเป็นกฏที่โดยปกติให้ยึดถือเอาไว้ แต่ในบางสถานการณ์ก็สามารถยืดหยุ่นได้ (Rules Conditional) 
ผมขออนุญาตเริ่มจาก Rule Conditional ทั้ง 6 ข้อก่อน

Rule Conditional #1 : การซื้อเฉลี่ย "ขาขึ้น" ดีกว่าการซื้อเฉลี่ย "ขาลง"

ธรรมเนียม ทั่วไปนิยมเชื่อว่าการเฉลี่ยขาลงดีกว่าเพราะทำให้ต้นทุนเฉลี่ยลดลงเรื่อยๆ แม้ว่าสี่ในห้าครั้งที่เฉลี่ยขาลง ราคาหุ้นจะพลิกกลับขึ้นมา ทำให้มีกำไรได้ แต่จะมีอีกหนึ่งในห้าครั้งที่ ราคาหุ้นลงแบบถาวรไม่กลับขึ้นมาอีกเลยตลอดไป ซึ่งจะนำไปสู่การขาดทุนมหาศาลได้

วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554

ทบทวนราคา น้ำมัน ... มันจะแพงไปไหน... Crude Oil Price 2011

.. Crude Oil Price คือ ราคา น้ำมันดิบ ที่ ช่วงที่ผ่านมา วิ่งขึ้น อย่างกับ มีองค์ เข้า...
มันเกิดอะไร กันขึ้น ตอนเดือนมกราคม ก็บอกว่าหน้าหนาว.. พอมาหน้าร้อน ก็บอกว่า มีสงครามในอียิปต์ ในลิเบีย... อะไรของมัน ... แล้วจริงๆ มันยังไงของมัน ก็ไม่รู้
..จากที่เคย ทำกราฟ ราคา น้ำมันเก็บไว้ ดู ในระยะเวลาที่ผ่านมา ... เอามาทบทวนกันสักนิดว่าเกิด อะไร ขึ้น บ้าง
.
ภาพแรก 25-10-2010 , Day chart
ก็ลอง Label WAve ไว้ เล่นๆ เอาไว้คาดการณ์.. ตอนนั้น ราคน้ำมัน ยังแค่ $82 เอง แต่มีแนวโน้ม วิ่งขึ้นอย่างชัดเจน
.
.
.





ภาพที่สอง 07-01-2011 , Week Chart
ในภาพนี้ ราคา ใน week สุดท้าย ราคาขึ้นมา $91 แล้วไหลลงมาถึง $87.60 แล้ว  MACD ในภาพรวมแสดงการไหลออกข้าง ช้าๆ แบบค่อยขยับขึ้น
ใน Week สุดท้าย MACD ลงมาตัดเส้น Signal และ Stochastic ค่า %K ตัดลงใต้ %D แล้ว ทำให้ดูว่า อาจจะมีการย่อตัวลงมา และในที่สุดก็จะกลับขึ้นไป ใหม่..... น้ำมันแพงอีกละ


วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2554

ปาฏิหาริย์ แห่งการซื้อเฉลี่ย - Miracle of Average Buying

...  ในตลาดหุ้น .. เรามักจะพบคำๆ นี้ อยู่กันเป็น ประจำ ... "ซื้อเฉลี่ย" ..
.. ไม่รู้ใครเป็นคนคิด คำๆ นี้ ไว้ นะ แต่ มักมีอาการ เป็นกัน ตอน Panic .. ลงแรง ลงเร็ว .. มีหุ้นอยู่ตกใจ ทำอะไร ก็ไม่ถูก .. ขาดทุน แต่ไม่ยอมขายขาดทุน ... แต่มีเงินอ่ะ จะทำไม ... งั้นกรู ก็ซื้อเฉลี่ยให้ทุนมันต่ำ ซิ...
... เอาล่ะ สิ ซื้อมันเข้าไป ยิ่ง ซื้อ มันก็ยิ่งลง .. ทำไงดีฟะ  .. เอาน่าเดี๋ยวมันก็ขึ้น ใครๆ ก็บอกว่าหุ้นมันดี ..กิจการเยี่ยม มีข่าวไปซื้อกิจการที่นั่นที่นี่ ... กัดฟัน ลงมา ซื้อมันเข้าไป ... ซื้อมันจนเงินหมดตัว
ตอนประชุม สามัญ ประจำปี บริษัทฯ เชิญไปเป็น VIP เป็นผู้ถือหุ้น รายใหญ่....
ก็ดูดีไหม  .. วิธีนี้ .... .. อ่านมา ถึงตอนนี้ บางคนคิดในใจ .. "กรูเลย.."  ... ก็ได้หุ้น ถูกราคาดีนะ..
ถือกินปันผล ไป 3 ปี ยังไม่กล้าขาย เพราะทุนเฉลี่ยต่ำกว่าราคาตลาด .... ครึ่งต่อครึ่ง...  เศร้า..
ได้แต่ปลอบใจ ตัวเอง ... ลงทุนระยะยาวไง .. เอาน่า ปันผล ตั้ง 4% ดีกว่า ฝากธนาคารตั้งเยอะ.....
.
.
.... ถามจริงๆ เถอะ  .. จะเป็น VI ทั้งที่  .... วางแผนเป็น VI ตั้งใจเลือกซื้อหุ้นดีๆ เติบโตในระยะยาว  .... ดีกว่า เป็น VI จำใจ แบบที่เล่ามา   .. เถอะนะ..
.
... แล้วที่เล่ามา มันเกี่ยวยังไง กับ  ซื้อเฉลี่ย ละเนี่ย
.