Wave Riders Technical Course Online

Wave Riders Technical Course Online
เรียน Technical Course online สามาร click ที่ ภาพเลย

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ความเสี่ยงจำกัด... ผลตอบแทนไม่จำกัด

     ในโลกของการลงทุน เรามักได้ยินเสมอมาว่า "การลงทุนมีความเสี่ยง" ... แต่การลงทุนก็ให้ผลตอบแทนกับนักลงทุนบางคนอย่างมากมาย และเหมือนจะง่ายดาย ... ทำให้หลายคนสนใจเข้ามาลงทุน ... บางคนก็มองว่ามันยาก ที่จะเป็นไปได้จริง  เพราะถ้ามันรวยง่ายจริง คนเล่นหุ้นก็รวยกันหมดแล้ว ทำไมยังมีคนเจ๊งหุ้นหมดตัว....
     ในความเป็นจริง โลกของนักลงทุนมันโหดร้าย เพราะมันเป็นโลกที่มี ทั้งคนได้เงิน และเสียเงิน คนที่ควบคุมความเสี่ยงของตนเองไม่ได้ ก็เท่ากับยอมรับความเสี่ยงไม่จำกัด...
    ...
    ...
    เกริ่นนำ ต้นฉบับหนังสือเล่มใหม่ มาขนาดนี้ มันฟังดูดีจริงๆ ละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ หันมายกแก้วกาแฟร้อนๆ ขึ้นมาดื่ม .... อืมมม!!! ...  กาแฟร้อนในแก้วเซรามิกสีขาวที่มีโลโก้นางเงือกสองหาง กับบรรยากาศสบายๆ ในบ่ายวันหยุด ... มันช่วยให้ความคิดลื่นไหลได้ดีจริงๆ พอวางแก้วกาแฟ กำลังจะหันไปพิมพ์ต่อ สายตาหันไปประสานกับสายตากึ่งมุ่งมั่น กึ่งคุกคาม คู่หนึ่ง เป็นสายตาของน้องผู้ชายคนหนึ่งที่มีท่าทางจริงจังคนหนึ่ง มายืนอยู่ตรงหน้า กำลังจะเอ่ยถามว่า "น้องมีอะไรรึเปล่าครับ" แต่ไม่ทันน้องถามสวนมาเลยด้วยน้ำเสียงกังวลปนตื่นเต้น
      "พี่ปุย... Wave Rider ใช่ไหมครับ.."
    แล้วบทสนทนาที่น่าสนใจของเรา ระหว่าง "น้องมือใหม่" และ Wave Rider ก็เริ่มขึ้น ...
 

....
น้องมือใหม่ : .. ใช่พี่ปุย ... ที่เขียนหนังสือ โต้คลื่นหุ้น.. รู้ทันเทคนิค จริงๆ เหรอครับ
Wave Rider : . ใช่ครับ .. ( เอ่อ ... มีอะไรไหมนี่)

น้องมือใหม่ : .. พี่ปุยช่วยเซ็นต์หนังสือให้หน่อยครับ .. 
                    (แล้วน้องก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบหนังสือ โต้คลื่นหุ้น ออกมา..)

Wave Rider : . ได้สิครับ ...​ เอ่อ!! น้องครับ ทำไมหนังสือมันมีโพสอิทติดเต็มเลยล่ะครับ

น้องมือใหม่ : .. แฮะๆ ... ผมอ่านไป 3 รอบ แล้วครับพี่ปุย ตรงไหนที่สำคัญ น่าสนใจ อ่านบ่อยๆ ผมก็ติดโพสอิท ไว้ครับ  บางบรรทัดอ่านแล้วโดน ผมเอาไฮไลท์ป้ายไว้ด้วยครับพี่

Wave Rider : .​ ทำขนาดนั้นเลยเหรอ ... (ติดโพสอิท ขนาดนี้ มันจะอ่านไปสอบ ที่ไหนวะ เนี่ย)
                       เรียบร้อยแล้วครับ 
น้องมือใหม่ : ..​ขอบคุณครับพี่ปุย หนังสือของพี่อ่านเข้าใจง่ายจริงๆ เลยครับ ผมดูกราฟเข้าใจมากขึ้นก็เพราะอ่านหนังสือของพี่เลยล่ะครับ

Wave Rider : ​ ขอบคุณครับ ... ยินดีที่เป็นประโยชน์ นะครับ...

น้องมือใหม่ : .. เอ่อ!! .. พี่ปุยครับ ผมมีข้อสงสัยนะครับ ถ้าเราใช้กราฟช่วยตัดสินใจ ซื้อขายได้แล้ว แต่ตอนซื้อหุ้น เราจะซื้อยังไงดีครับ จะซื้อทีเดียวเลย หรือจะทะยอยซื้อเท่าๆกัน หรือจะซื้อแบบปิรามิด ยังไงดีล่ะครับ  แล้วตอนขายอีกครับ  ผมตั้งราคาคัทลอสเอาไว้ที่ 5% ได้ไหมครับพี่ บางทีจะใช้เส้น EMA อย่างที่พี่เขียนในหนังสือมันก็มากกว่า 5% ผมกลัวขาดทุนเยอะครับ ..ทำยังไงดีครับ

Wave Rider : . อ่าา!! ...  อธิบายยังไงดีล่ะ ... (ขอลายเซ็นต์แล้ว ถามกูซะยาวเลยนะ)

                       ถ้าน้องตั้งคัทลอสไว้ 5% ก็หมายความว่า ถ้าราคามันถอยลงมาถึงจุดที่ขาย น้องก็ขาย บางทีราคามันจะถอยลงมาลึกกว่า 5% แล้วก็เด้งกลับขึ้นไปเลย แต่น้องขายไปแล้ว จะซื้อกลับก็ไม่กล้าแล้ว ก็ได้แต่นั่งมองใช่ไหมล่ะ .. ดังนั้นวิธีการยึดเส้น EMA เป็นแนวรับในการตั้งคัทลอสธรรมชาติ จะช่วยแก้ปัญหาพวกนี้ได้นะ เพราะการที่ราคาลงมาต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย ก็แปลว่า แนวโน้มราคามันเริ่มลดลง ไม่ไปต่อแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นการพักตัวที่เส้นแล้วขึ้น หรือลงต่ำกว่าเส้นไปเลยก็ได้  ดังนั้นการขายคัทลอสตอนที่ตกเส้น EMA ก็เป็นจุดที่ ปลอดภัยที่จะทำกำไรแล้วล่ะ ... ส่วนวิธีการซื้อที่น้องถาม มันรายละเอียดมันเยอะนะ ต้องอธิบายยาวเลย .. เอาง่ายๆ น้องก็ซื้อตอนราคาทะลุผ่านแนวต้านได้ ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้กันง่ายๆ เลยนะ

น้องมือใหม่ : .. เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณครับพี่ ... แล้วพี่ปุยพอจะมีเวลาอธิบายวิธีซื้อไหมครับ

Wave Rider : .​ (เอางั้นเลยเหรอ ... กาแฟร้อนยังเต็มแก้ว .. กำลังนั่งชิวๆ ไปไหนไม่รอด .... เอาวะน้องกล้าถาม ก็ตอบมันหน่อยก็ได้)
                       งั้นน้องนั่งเลย พี่จะอธิบายให้ฟัง ..แล้วน้องมีกระดาษปากกาไหม

น้องมือใหม่ : .. มีครับพี่ .. 
                       (น้องมือใหม่ .. หยิบสมุด Sketchbook กับดินสอ ออกมา)
Wave Rider : . โอ้ว!! ... พกของอย่างนี้ด้วยเหรอ

น้องมือใหม่ : .. ครับพี่ ไปไหน ผมก็พกไปด้วยล่ะครับ

Wave Rider : . (มันเตรียมตัวพร้อมขนาดนี้ อนาคตไกลจริงๆ)  ... เอ้า!! ขยับมานั่งใกล้ๆ
                     การจะซื้อหุ้น มันต้องเข้าใจการจำกัดความเสี่ยง ไม่ได้อยู่ที่จะซื้อหุ้นยังไง หรือจะทำกำไรเท่าไหร่ แต่ก่อนจะเอาเงินมาลงทุน เราต้องรู้ว่า เรายอมเสียเงินได้เท่าไหร่  ลองบอกพี่สิว่า ถ้ามีเงินลงทุน หนึ่งแสนบาท น้องจะยอมขาดทุนได้ เท่าไหร่ ... หนึ่งหมื่นไหวไหม หรือ ห้าพัน หรือน้อยกว่านั้น  
                    
น้องมือใหม่ : .. เอ่อ ...​ก็สัก 5,000 ครับพี่ 
Wave Rider : .  เหรอ .. พี่นึกว่า จะบอกว่าเสียได้ทั้งก้อน ... ถ้ายอมเสียได้ทั้งก้อนไม่ต้องเอาเงินมาลงทุนแล้ว เอาเงินไปบริจาคทำบุญเลยดีกว่า ได้ผลบุญตอบแทน ..  เราเอาเงินมาลงทุนให้มันงอกเงย ไม่ได้เอามาโปรยใส่ในตลาดฯ เล่นๆ 

(.... จิบกาแฟ สักหน่อย ทิ้งไว้เดี๋ยวมันเย็น..)

Wave Rider : .. ดังนั้นการซื้อหุ้นแต่ละครั้งเราต้อง Limit Risk ของเราเอาไว้ ก่อนที่เราจะซื้อ เราต้องมีการทำ Trading Plan ต้องเขียนแผนไว้ก่อนแล้วว่า หุ้นที่เราเล็งเอาไว้ เราจะเข้าซื้อด้วยสัญญาณเทคนิคอะไร แล้วจะคัทลอสตรงไหน หรือด้วยสัญญาณเทคนิคอะไร เช่น ซื้อตอนที่ผ่านแนวต้านทำยอดสูงใหม่ แล้ววางคัทลอสไว้ที่เส้น EMA15 แล้วเราก็เขียน มันไว้ในสมุด ส่วนจำนวนหุ้นที่จะซื้อ มันมีวิธีคิดอย่างนี้
                      มันมีกฎ 2% (2% Rule) ที่นักลงทุนเขาใช้ในการจำกัดการขาดทุนอยู่  ...



                     เช่น ถ้าเรามีเงิน 100,000 บาท เราจะจำกัด เงินที่เราจะยอมเสียได้ไว้ ที่ 2% ของเงินลงทุนทั้งก้อน ก็คือ แค่ 2,000 บาทเท่านั้น ... เราจะไม่ยอมให้เกิดการขาดทุนจากลงทุนมากกว่า 2% ของเงินลงทุนทั้งก้อน ดังนั้นสมมุติว่าเราจะซื้อหุ้น A ตามที่เราดูกราฟมาแล้ว คือจะซื้อที่ราคา  20 บาท และคัทลอสที่ 19 บาท เท่ากับเรายอมขาดทุนได้ 1 บาทต่อหุ้น  แต่เงินที่เรายอมเสียได้ คือ 2% ของ 100,000 บาท ก็เท่ากับ 2,000 บาท
                    หมายความว่า เราจะซื้อหุ้น A ได้ไม่เกิน [2,000 บาท / 1 บาทต่อหุ้น] เท่ากับ 2000 หุ้น 
เพราะว่าถ้าซื้อมากกว่านี้ พอเราคัทลอส ก็จะขาดทุนมากกว่า 2% ที่เราตั้งกฎเอาไว้ ดังนั้นในการซื้อครั้งแรก เราจะไม่ซื้อหุ้น A มากกว่า 2000 หุ้น ...​เข้าใจไหม

น้องมือใหม่ : .. อ้อ!!! เข้าใจบรรลุเลยครับพี่ ... แต่ว่าซื้อ  2000 หุ้นๆ ละ 20 บาทก็เป็นเงิน 40,000 บาท เองสิครับ แล้วเงินที่เหลือ ทำยังไงดีล่ะครับ

Wave Rider : . วิธีที่แนะนำ มันเป็นการบริหารจัดการเงินและควบคุมการขาดทุน โดยคำนวณหาจำนวนหุ้นที่เหมาะที่จะซื้อ บนขอบเขตของการขาดทุน ที่จำกัดเอาไว้  ถ้าราคาหุ้นมันวิ่งขึ้นจนมีกำไรแล้ว ก็เอาเงินที่เหลือมาซื้อหุ้นเพิ่มขึ้นไง ..พอเข้าใจรึยัง

น้องมือใหม่ : ..​เข้าใจเลยครับพี่ แต่ว่าถ้าผมจะซื้อหุ้นหลายๆ ตัวล่ะครับ คิดยังไงครับ

Wave Rider : . งั้นสมมุติใหม่ ถ้าเรามีเงินสัก 1 ล้านบาท  แล้วเราเล็งกราฟ ดูหุ้นที่จะซื้อเอาไว้ 3 บริษัท​...มี ABC แล้วถ้า หุ้น A พื้นฐานดี ปันผลสวย ดูเทคนิคแล้วน่าจะไปได้ไกล เราก็อาจจะซื้อหุ้นตัวนี้ ในสัดส่วนที่มากกว่า ครึ่งของพอร์ท ก็ให้น้ำหนักหุ้น A ไว้ที่ 50% แล้วซื้อหุ้น B C น้อยกว่า สมุมติให้น้ำหนัก การลงทุนกับหุ้น B และ C ไว้ บริษัทฯ ละ 25% 
                       ดังนั้น เงิน 1 ล้านบาท เรารับความเสี่ยงได้ 2% ก็เท่ากับ 20,000 บาท จะไม่ยอมขาดทุนมากกว่านี้ แล้ว ..​.มาดูกัน ...
                       ถ้าหุ้น A  ดูกราฟแล้ว แนวต้านอยู่ที่ 40 บาทถ้าหุ้นผ่านแนวนี้ได้ จะเข้าซื้อ แล้ววางคัทลอสไว้ที่ 38 บาท  แสดงว่ายอมขาดทุนได้ 2 บาท ดังนั้นจำนวนหุ้นที่มากที่สุด ที่จะซื้อได้  ก็จะเป็น 
                       = 20,000 บาท x 50% / 2 บาท  =  5,000  หุ้น 
                       ในการซื้อหุ้น A ไม้แรกก็ซื้อ ได้ไม่เกิน 5000 หุ้น 
                       
                       ส่วนหุ้น B, C เราดูกราฟ ไปแล้วพบว่า หุ้น B ซื้อที่ 12 บาท คัทลอสที่ 11.60 บาท ส่วนหุ้น C ซื้อที่ 4 บาท คัทลอสที่ 3.70 บาท คำนวณจำนวนที่จะซื้อหุ้นของ หุ้น B, C  ดังนั้น
                       หุ้น B ซื้อได้ไม่เกิน  20,000 บาท  x 25% / (12.0-11.6)  = 12,500 หุ้น
                       หุ้น C ซื้อได้ไม่เกิน 20,000 บาท x 25%  / (4.0 -3.70)  = 16,500 หุ้น

                       ดั้งนั้นจำนวนเงินที่ใช้ในการซื้อ หุ้น ทั้งสามครั้งแรก ก็จะเป็น
                       หุ้น A :  40 บาท x 5000  = 200,000 บาท
                       หุ้น B : 12 บาท x 12500  = 150,000 บาท
                       หุ้น C : 4 บาท x 16,500  =   66,000 บาท 
                       รวมเป็น 416,000 บาท  ก็จะเหลือเงิน 584,000 บาท พอราคาหุ้น มันขึ้นมา มากกว่า ราคาทุนที่เราซื้อไปครั้งแรก ก็เอาเงินนั้นออกมาซื้อเพิ่มได้ 

น้องมือใหม่ : .. โอ้ว !! .. อย่างนี้ เราก็ไม่มีทางขาดทุนเยอะๆ เลยสิครับ ...​วิธีนี้มันง่ายมากเลยนะครับ ต้องขอบคุณพี่ปุยมากเลยครับ ที่สละเวลาอธิบายให้ฟัง ต่อไปเวลาซื้อหุ้น ผมจะได้เลิกมั่วแล้วล่ะครับ
ไม่รบกวนเวลา ของพี่แล้วล่ะครับ ... ไปละครับพี่ ...​สวัสดีครับ 
Wave Rider : ..​ด้วยความยินดีครับ น้อง ....​ถ้าเล่มสอง ของพี่ออกมาแล้ว ซื้ออีกนะครับ
น้องมือใหม่ : .. ไม่พลาดแน่ นอน เลยครับพี่  

 - + - +  - + - +  - + - +  - + - +  - + - +  - + - +  - + - +  - + - +  - + - +  - + - + 

    น้องมือใหม่ ไปแล้ว แต่ความคิด ที่ได้คุยกับน้อง ยังวนเวียนอยู่ในหัว ...​ก่อนหน้านี้ จะพิมพ์ เรื่องอะไรก็ไม่รู้จำไม่ได้แล้ว ต่อไม่ติดเลย .....​
    อืม เราพูดซะเยอะขนาดนั้น มันน่าจะเลี้ยงกาแฟเราสักแก้วเป็นค่าวิชานะเนี่ย  .... ฮึฮึ 

......

.. จบ


ปุกปุย 
.
.







7 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ23 กรกฎาคม 2555 16:33

    แล้วถ้า ขยับเป็น 6% หละครับคิดยังไง ตันทุนเกินล้านเลย ครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ยอม 6% แปลว่า มีทุน 10 ล้าน ยอมเจ๊ง คราวละ 6 แสนเลยเหรอครับ .... หนักไปไหมครับ

      ลบ
  2. ของล้านครับ = 60,000 โดยยอมเจ๊งเช่นเดิม A=30,000 B=15,000 C=15,000 จะได้จำนวนหุ้นเท่าไรครับ
    เม่างง ขอบคุณครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ก็เอาราคา ที่จะซื้อ ลบด้วย ราคาคัทลอส ถ้าซื้อแล้วหุ้นไม่ขึ้น เช่น ซื้อหุ้น A 30 จะคัทลอสที่ 27
      ก็คือยอมขาดทุน 3 บาท ยอมเสียให้หุ้น A ได้ 30000 ก็เท่ากับว่า ซื้อได้เต็มที่
      30000 / 3 = 10000 หุ้น เท่านั้น

      ลบ
  3. การขยับจุดคัทลอส ให้เพิ่มหรือลด มากไปน้อยไป จะมีผลต่อเงินต้นมาก ทำให้เสียโอกาส, รับความเสี่ยงเพิ่ม ควรทำยังไงครับ ขอบคุณครับ

    ตอบลบ
  4. ผมลองทำเป็น Excel สูตรไว้ครับเผื่อใครสนใจ

    http://dl.dropbox.com/u/66356137/Stock/Limit%20Risk.xlsx

    ตอบลบ
  5. ขอบคุณครับ สำหรับบริหารความเสี่ยงที่ดี ผมไม่เคยทราบมาก่อน รู้สึกว่าตัวเองกำลังทำอะไรเสี่ยงๆอยู่ทันทีเลย

    ตอบลบ