Wave Riders Technical Course Online

Wave Riders Technical Course Online
เรียน Technical Course online สามาร click ที่ ภาพเลย

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

HEAD and SHOULDERS ; Part 2 ; ตำนาน หัว-หัวไหล่-เข่า-เท้า

บ่นเรื่อง เพลงเด็กๆ ร้อง หัว-หัวไหล่-เข่า และ เท้า ไป ให้ติดหูติดตา กันไป แล้ว
"Head- Shoulders-Knees-and-Toes... Knees and Toes"

ก็เป็นเพลงที่ร้องกันสนุกๆ นะ แต่พอเอามาเทรด แล้ว บางทีก็ร้องเพลงพวกนี้กันไม่ออก
มีอยู่ ครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2007-2008 ก็ได้ร้องเพลงนี้ ดังๆ จน ใครๆ ที่บ้านก็หาว่าเราบ้า
เพราะเรา ร้องมันทั้งเช้าทั้งเย็น อย่างสบายใจ เป็น เวลาหลายเดือน พร้อมกันเงินใน พอร์ท ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน จากการที่เรา Open Short S50 แบบบ้าเลือด หมดหน้าตัก เปิด contact มาที่สุดเท่าที่ ชีวิตนี้ จะเคยเปิดมา และเป็นการถือ สัญญา ที่นานที่สุดเท่าที่เคยถือมา .. จนทุกวันนี้ ยังไม่เคยทำอย่างนั้นอีกเลย
..
ทุกเช้า ตื่นมา เราก็จะ ฮัมเพลง Head and Shoulders เบาๆ ไป จนตลาดเปิด ยิ่งร้องดังขึ้นๆ
บ้า ไปแล้ว จริง แต่อย่างนั้น ความสุขใดๆ ย่อมมีวันหมดสิ้น การลงของดัชนี ก็ต้องมีวันสิ้นสุด และพลิกกลับ
เมื่อวันนั้นมาถึงเราก็ต้อง ทำใจให้ได้
..
จะพา ทุกคนย้อนเวลากลับไปในตอนนั้น ... ในวันที่ 07 / 01 /2008 .. วันแห่งโชคชะตา
ในขณะที่ กำลัง Label Wave อย่างหน้าดำ อย่างเอาเป็น เอาตาย...
..

.. ในตอนนั้น SET index ลงมาจาก 928 แล้ว และลงต่ำกว่า 800 ไปแล้ว เด้งกลับขึ้นมา ..
หลายค่าย หลายสำนัก ออกมาเชียร์ กันออกหน้าออกตา ว่า ลงอย่างมากก็ 780-750 แล้วจะกลับขึ้นไป 1000 จุดกันเลยทีเดียว เชียว ... ไม่รู้เอาอะไร มาคิด
บางค่ายบางสำนัก ก็ว่า อาจจะ Sideway Uptrend นะ ค่อยๆ ขึ้น..
.. แต่ ด้วยความ กวนบาทา และมองต่างมุมของ เรา .. เราดัน วาด Scenario นี้ขึ้นมา
..

.. แล้ว เราก็เอา Scenario1 นี้ ไป แห่ ให้ เพื่อนๆ ได้ชมกัน ก็ไม่เห็นจะมีใครเชื่อว่า มัน จะเป็นไปได้ เลย
ซึ่งก็จริง SET index ไม่ได้ลงมาแค่ 760 แล้วเด้ง ไป 900 และลงมา 725 อย่างที่ เราคิด
..
.. แต่ SET index เลวร้ายกว่านั้น เพราะ มันไม่เด้ง แต่ลากลงไปจน 730 แล้วถึงจะเด้ง
เราก็เลย ต้อง ตัด Scenario 1 ทิ้งไป แล้วทำ Scenario 2 ขึ้นมา และลง รายละเอียดมากกว่าเดิม
แล้วเอาไป แห่ให้เพื่อนๆ ดูกันอีก

..Scenario 2  on 31/01/2008
..

.
.ซึ่ง ใน Scenario 2 นี้ ก็ทำการพยากรณ์ อนาคต ไว้ อีก ว่า จะขึ้น ไป ถึง 850 หรือ ไปว่านั้น แต่ไม่เกิน 900 จุด  มันก็ขึ้น ไปแรงได้ตามคาด SET index วิ่ง ไม่มียั้ง วิ่งขึ้นไป ตาย ที่ 886 แล้วลงอย่างแรง

..
.. ซึ่งการลงแบบนั้น ทำเอา ชาวหุ้น หัวใจสลาย กันทั้ง ตลาด..
แต่ว่า มือ Future นั้น เห็น สีแดง เป็นกำไร   เมื่อ SET index หลุดลงต่ำกว่า 850 เราก็ open Short แล้วนอนกอดไป ตลอดทาง..
.
.

.
. 02-06-2008 .. เราให้ทางเลือก กับ SET index ไว้ 2 แบบ คือ 770 กับ 700 ว่าจะเอา แบบไหน
ซึ่ง ตอนที่ทำภาพ นี้  ก็ open short S50 ไปหมดหน้าตัก ตั้งแต่ ลงต่ำกว่า 850 แล้ว และยังไม่ได้ปิดด้วย
ทำภาพนี้ ขึ้น เพื่อหาว่า มันจะลงมาที่เท่าไหร่
.
...ในตอนนั้น SET index ลงมาจาก 886 แล้วกำลังจะเคลื่อนที่ เข้าใกล้ ปลายแหลม  ที่ 730
ทำให้ เกิด ฉาก ตระการตา ที่ เรียกว่า Head and Shoulder ในตำนาน ขึ้นมา..
เพราะ ในตอนนั้น แทบจะทุกคนที่รู้จัก จะบอกว่า "มันจะต้องเป็น สามเหลี่ยม อย่างแน่นอน
พอลงมา 725-730 แล้ว มันต้องเด้ง .. เชื่อซิ "
.. ในใจก็คิดว่า "มันจะสามเหลี่ยมยังไง วะ Volume มาแต่ละวัน ไม่มีเหยียบ เบรค"
..แต่ เพื่อไม่ให้ ขัดใจเพื่อน เลยทำ ภาพ วิเคราะห์ ของ S50 มันทั้ง Triangle และ Head&Shoulders..
ให้มันเห็นกันไป..
.
...แบบแรก TRIANGLE




.
.. แบบที่สอง HEAD & SHOULDER


.

.วันที่ 15-07-2008 SET index วิ่งทะลุ neck line ลงมาอย่างไม่มีเบรค หลุดแล้วอย่างชัดเจน ไม่มี เด้ง ไม่มีชะลอตัว เราจึงต้อง ตัด Triangle Scene ทิ้งไป ..และถือ Short ที่เปิดไว้ ตั้งแต่ข้างบน ต่อไป พร้อมกับหาเงินมาใส่เข้าไปในพอร์ท อีก เพื่อจะเปิด Contact เพิ่มอีก เพราะ ความโลภ ครอบงำ คิดว่า ที่ได้ กำไร มันยังเปิด contact เพิ่มได้ ไม่สาแก่ใจ ... เอาเข้าไป..กรู.. โลภจริงๆๆ (แต่เป็นความโลภ ที่มาพร้อมกับดวงดี .. มันได้ จริงๆๆ)
..

.
.ก็ใช้ วิชามาร หัว-หัวไหล่ ที่ เคยบอกไว้ ในบทความก่อน .นั่นล่ะ  วัด Neck Line ให้ ขนาน parallel ที่ยอดของ ไหล่ซ้าย แล้วยกมันลงมา แต่เพื่อความสะใจ เราก็ไปแปลงวิชาของเขา ซะ เพราะเราไม่ตี เส้น คู่ขนาน แต่เราตี Fibonacci Parallel Line ซะเลย ได้ มา 4 เส้น คือ เส้น ที่ 0, 38.2, 61.8, 100
..แต่ทว่า SET index ลงมาหยุดที่ แนว 50% แทน.. อุวะ ... ไม่สบอารมณ์
แต่พอดูด้าน เวลา มันได้... รอบตามจำนวนเท่า ของ Cycle-13 พอดี
..
.

..
.. ตอนนั้นก็ ไม่แน่ใจ เพราะมีแรงซื้อเข้ามามากมาย หุ้น ก็เด้ง SET ก็ เด้ง แรงซะด้วย ก็เลย ปิด Contact ไป ส่วนนึง แต่ใจลึกๆ ก็ยัง คิดว่า มันยังลงได้ อีกน่า... ก็ทำการบ้าน เจาะลึก ให้ถึงกระดูกกันเลย
.
..
.
..ในวันที่ 08-08-2008 วันแห่งเลขมงคลใหญ่ เห็น เลขของสัญลักษณ์ 888 ถือเป็น Super Infinity ..
เป็นวันที่ ค่อนข้างยืนยัน ได้อย่างมั่นใจ เลยว่า ลงต่อแน่ๆ  580-570 แน่นอน
หลังจากวันนั้น SET index ดิ้นรน จะขึ้นไปให้ได้ แต่ได้อีกเพียง 1 สัปดาห์ ก็ไม่สามารถต้านทานแรงขาย ที่ถาโถมเข้ามาอย่าง รุนแรง จนทำให้ SET index ลงอย่างต่อเนื่องไป จนถึง กลางเดือน กันยายน 2008
.
.
.

.
.พอย้อนกลับมาดูใน Frame Month ก็พบความจริง 1 อย่าง ก็คือ มันตรงกับ เรื่อง Corrective Wave Relation ก็คือ " ถ้า  Impulse Wave ขึ้น ไป เป็น แบบ Wave 3 Extended แล้ว หลังจากจบ wave 5 แล้ว จะถอย Corrective Wave ลงมาที่ ปลาย Wave 4 เป็นอย่างน้อย" หรือ "อาจจะต่ำกว่าก็ได้ แต่จะไม่ต่ำกว่า จุดสิ้นสุดของ Wave 2 "
 .. ก็พบว่า ก็จริง .
.
... แต่ความน่ากลัว เกิดขึ้นในจิตใจทันที ทั้งรอยยิ้ม และน้ำตา เมื่อเห็น MACD weekly มันไม่มี Divergent ให้เห็นเลย มันจะจบแล้วขึ้น ได้อย่างไร ..
..เลย พิมพ์ "No Divergent No Ending" เข้าไป แล้วก็บอกตัวเองว่า เชื่อมั่นใน MACD นะ ย้ำกับตัวเอง ให้หนัก ๆ เพราะตอนนั้น ใจมัน อยากจะ Close Contact ให้หมด จะแย่อยู่แล้ว (การเห็นตัวเลขกำไรมากมาย ใจมันอยากจะปิดสัญญาตรงนั้นให้หมดเลย.. แบบนี้ก็เป็น ทุกข์ อย่างนึง)
..
สุดท้ายแล้ว รอบนี้ Head & Shoulder ทำเองชาเป๋ ไปข้างนึงเลย เพราะ อัดยาวลงไป ถึง ขาขวาเลย ลงมาที่ 375 จุด.. "ทำไม ถึง 375 พระเจ้าเท่านั้น ที่ทราบ ."
. ใจคอนักลงทุน ตอนนั้น มันเสียขวัญกันไปหมดแล้ว
เพราะโดน "ต่ำแล้ว ยังมีต่ำกว่า และต่ำกว่า และต่ำาาากว่า"  ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ
ดอยสุเทพ ดอยอินทนนท์ ไปเที่ยวแล้ว ติดใจ ติดอยู่บนนั้น กันไม่ยอมลงกันเลย
..
ส่วนขา Short บางราย ขายหมู ไปหลายรอบ เพราะคิดว่าจบแล้ว ปิด ทำกำไร ดีใจ ได้ 1-2 วัน มันลงต่อ และลงต่อ จะรอเด้ง แล้ว ค่อย เปิด Short ใหม่ก็ได้ มันก็ไม่มีเด้ง มันลงทุกวัน ได้แต่นั่งดูกันไป
..
.. เมื่อ ถึงเดือน เมษา.. 2009 เราจึงได้รู้ว่า การลงนั้น จบแล้ว จริงๆ
..


..และเรา ก็ได้ พบ คำตอบ ว่าทำไม 375 ... Fibonacci สำแดงฤทธิ์ อีกครั้ง
ตีเส้น 928 ลงมาที่ 725 ให้เป็น 0%-100% แล้ว เราก็ยกเส้น 0% มาที่ยอด 886 เรากลับพบว่า
375 กลายเป็น แนวที่สำคัญ ทันที  ที่ 375 เป็น ระยะ 423.6% ซึ่งก็เป็น Fibonacci Ratio เช่นกัน
..
.. ส่วนในด้าน ของเวลา Time Cycle ก็ แสดง อิทธิฤทธิ์ ไม่แพ้กันเลย
 เราจึง ต้องยกให้ Head &Shoulders นี้กลายเป็นตำนาน ที่ต้องเอามาศึกษา ค้นคว้า กันต่อไป
..

.. เราพบว่า แขนซ้าย และแขนขวา ถึงแม้ว่า จะจบที่ Index ไม่เท่ากัน แต่ ใช้ระยะเวลาเท่ากัน แทน
คือใช้ 28 weeks เท่ากัน พอดี
..
จบตำนาน H&S
..
ปุกปุย


บทความแนะนำ

  1. MACD แบบนี้ ใช้ดีจริงๆ
  2. ภาคปฏิบัติ : MACD Behavior Part 2 VS S50Z10
  3. น้ำหนักของสัญญาณใน Indicator และ MACD



.

วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Sing a Song : Head-Shoulders-Knee and Toes ; Part 1

ใครเคยร้องเพลง "หัว-ไหล่-เข่า และเท้า" กันตอนเด็กๆ บ้าง

"Head .. Shoulders .. Knees and Toes , Knees and Toes ...

Eyes and Ears and Mouth and Nose , Head .. Shoulders.. Knees and Toes , Knees and Toes

ก็ไม่คิดเหมือนกัน ว่า สุดท้าย เนื้อเพลงนี้ กลับกลาย เป็น เคล็ดวิชา สะท้านฟ้า สยบหุ้นในตลาด ได้ทุกครั้ง ที่หุ้น ออกอาการ กลับตัว (Reversal Pattern) แบบ Head & Shoulders

ลักษณะที่พอเห็นได้ของ Head & Shoulders ตามภาพ..



หรือ จะเป็น แบบ หงายขึ้น ก็ได้



มาดูของจริงกันบ้าง ... ก็จะเป็น แบบนี้

..


Shoulder ทั้งสองข้าง อาจจะเอียงได้เล็กน้อย ซึ่ง เส้น Neck Line ก้จะเอียงตามไปด้วย
..
หรือ แบบ นี้
..


ไม่ว่าจะใน Time Frame ไหน

Frame day , week ,month

หรือ เล็กๆ อย่าง 60 นาที, 15 นาที

ก็ล้วนสามารถเกิด การกลับตัวแบบ Head&Shoulder ได้ทั้งนั้น

เมื่อ รู้ NeckLine แล้ว ที่เหลือ ก็ง่ายแล้ว ล่ะครับ


เคล็ดวิชา Head&Shoulders
กล่าวไว้ว่า
   " เมื่อเดินลมปราณ ผ่านไหล่ขวา (Right Shoulder) ผ่านคอหอย (Neck Line) แล้ว
     .. จะวิ่งไปต่อ อย่างน้อย เท่ากับ ระยะจากแนวคอหอย (Neck Line) ขนาน ไหล่ซ้าย (Left Shoulder).."
...

ขั้นแรก : ตี Neck Line ก่อน

ขั้นที่สอง : ตีเส้นคู่ขนาน ระหว่าง Neck Line กับ Left Shoulder

..




**ในการตี เส้น คู่ขนาน อาจตี เส้นให้ เป็น Fibonacci Retrace Line ด้วยก็ได้ เพื่อใช้ในการคาดการณ์ระยะเป้าหมาย
..

ขั้นที่สาม : ยกเส้นคู่ขนานทั้งสองเส้น ไปวางให้ Shoulder Line ทับในแนวเดิม ของ Neck Line
ก็จะได้ระยะเป้าหมายของ ราคา ที่ คาดว่าจะจบชุดนี้ด้วย


H&S pattern มีทั้งคว่ำและหงาย ดังนั้นการตี เส้นคู่ขนาน จะทำในแนวกลับทิศ ก็ได้ ดังภาพตัวอย่าง
..
...ถ้าตีเส้น คู่ขนาน แล้ว พบว่า ไหล่ขวา พิการ (Right Shoulder Failure)
ก็ มีโอกาส ที่จะไม่ใช่ Head&Shoulder Pattern ที่แท้จริงก็ได้
.

วิธีสังเกต สำหรับ ผู้ที่ ตี Fibonacci Retrace Line เป็น นะครับ
ไหล่ขวาพิการ ก็คือ ถ้า ไหล่ขวา เด้งขึ้นมาไม่ถึง 61.8% ของระยะคู่ขนาน
ก็แทบจะตัดใจ คิดถึง Head&Shoulder Pattern ทิ้งไปได้เลย
..



..
มาดู ภาพกราฟ ของ จริงกันบ้าง
..





... จากภาพนี้ จะเห็น ว่า เมื่อ ยกเส้นคู่ขนาน เอา Shoulder Line มาวางที่ Neck Line แล้ว
จะพบว่า แขน ขวา ยาวลงมาจบ ที่ แนว 138.2% และในขณะที่ แขนซ้ายอยู่ที่แนว 127.2%
ซึ่งเป็น แนวของ Fibonacci Ratio
..
แนวที่ แขนขวา เมื่อผ่าน Neck Line จะลงมาแล้วจะมาจบที่ ระยะ 100% หรืออาจจะยาวกว่านั้น
ซึ่งจะเป็น สัดส่วน Fibonacci Ratio เช่น 138.2% , 161.8%, 200% , 261.8% หรือ 423.6% ก็ได้
..

ดูกันอีก หนึ่ง ตัวอย่าง
..






..ภาพนี้ เป็น H&S แบบหงาย จะเห็นว่า เมื่อยกเส้นคู่ขนาน ขึ้นไปแล้ว แขนขวา ไปจบที่ 161.8%
..
เพื่อความชัดเจน และความเข้าใจ ที่มากขึ้น ดูกันอีก สักอันนะ




..โรงพยาบาล นี้ เขารักษากันดี จริงๆ เลย เด้ง ให้ ได้ 200% กันเลย

.. คราวนี้ คงจะพอ เข้าใจ การทำงาน ของ Head&Shoulder Pattern กันแล้ว

..
.. สุดท้าย นี้ เป็น ข้อสังเกต ส่วนตัว ลองเอาไปสังเกตกันดู

ภาพตัวอย่าง ที่เอามาจะเป็น แบบที่เกิดบ่อยๆ (Most Common Cases) ซึ่ง แขนซ้าย-ขวา ทั้งสองข้างจะยาวพอๆ กัน แต่ ยังมี แบบที่ไม่เกิด บ่อย (Rare Cases) จะมี 2 แบบ

คือ 1. แขนขวา สั้นกว่า 100% กับ

2. แขนขวาลงลึกยาวกว่า แขนซ้ายเยอะมากๆ


เมื่อพบแบบนั้นแล้ว จะพบว่า แขนซ้าย และ แขนขวา จะมีความสัมพันธ์ทางด้านเวลา (Time Relationship) แทน

คือ เวลาของแขนขวา จะ เท่ากับ เวลา ของแขนซ้าย หรือเวลาอาจจะเป็น Fibonacci Ratio ก็ได้

ดังภาพ


..ที่บอกว่า เวลาแขนขวา เท่ากับเวลาของแขนซ้าย ก็จะหมายถึง t6 = t1
จากการสังเกต H&S pattern พบว่า

t1 และ t6 เป็นระยะเวลาของแขน สองข้าง

t1 มักจะใช้เวลา เท่ากับ t6 หรือ มากกว่า

t2 และ t5 เป็นระยะเวลาของ ไหล่ ทั้งสองข้าง

จะพบว่า ส่วนใหญ่ t5 มักจะยาวกว่า t2 แต่จะเป็นสัดส่วนกัน

t3 และ t4 เป็น เวลาของ ส่วนหัว

และ t3 มักจะใช้เวลาเท่ากับ t4

เช่น Head&Shoulder ระดับตำนาน ซึ่ง เราจะเอามาไล่เรียง เจาะลึกกัน ใน Part2 อันนี้

..


..ก็ คือ SET index เมื่อครั้ง ขึ้นไป 925 ในปลายปี 2007 นั่นเอง

..

เคล็ดวิชา หัวและไหล่ นั้น เป็นสิ่งที่ สะกด ราคาหุ้น ให้อยู่ใน มือเทรดเดอร์ ได้ อย่างสงบเสงี่ยม

ไม่มีการดิ้นออกนอกกรอบ ตีเส้นรอไว้ตรงไหน จะลงมาตรงนั้น

เจอ หุ้นวิ่งหน้าตาแบบนี้ เมื่อไหร่ ไม่แต่กำไรเห็นๆ ..

..

..

..

ปุกปุย

...




บทความแนะนำ

  1. MACD Behavior Part 1 ; show Direction
  2. Direction สำคัญนะจะบอกให้



<-- Previous  :  กลับตัว...กลับใจ...จริงเหรอ
   Next -->   :   HEAD and SHOULDERS ; Part 2 ; ตำนาน หัว-หัวไหล่-เข่า-เท้า

.

วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553

กลับตัว ... กลับใจ ... จริงเหรอ

เมื่อ หยางถึงที่สุด ต้องเปลี่ยนเป็น หยิน  และเมื่อหยินถึงที่สุดก็ต้องกลับเป็นหยาง
ในธรรมชาตินั้น ไม่มีสิ่งใดถึงที่สุด ได้ตลอดไป มีขึ้นก็ต้องมีลง มีลงไปก็ต้องมีกลับขึ้นมา
การขึ้นลงของราคาหุ้นในตลาด ก็ไม่สามารถฝืนกฎธรรมชาติ นี้ได้
เพราะ กราฟราคาหุ้นนั้น สะท้อนภาพของจิตใจของ ผู้ซื้อและผู้ขาย ในตลาดหุ้น อยู่ตลอดเวลา

การขึ้น หรือลง นั้น เมื่อจะพลิกเปลี่ยน มักจะ แสดงสัญญาน บอกก่อนเสมอ ซึ่งรูปแแบบของ การพลิกกลับตัวนั้น มีหลากหลาย กูรู ได้ เขียนตำรา ไว้มากมาย แต่ที่เป็น แบบ classic ที่เกิดเมื่อไหร่ ยืนยันได้แน่นอนว่า กลับตัวแน่ๆ ก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง .. ได้แก่

1. Head & Shoulders
 เป็น Reversal Patten ที่ขลังมากๆ อันหนึ่ง พบเจอเมื่อไหร่
ได้เรื่องทุกๆ ที


2. Double Top, Double Bottom





3. Triple Top Triple Bottom




4. SPIKE หนามแหลมๆ




5. CURVE หลังเต่า กับ ก้นกะทะ




Pattern เหล่านี้ มี ความลับอะไร  ที่ซ่อนอยู่  และจะนำไปใช้ จริงๆ ได้ ยังไง
..
ก็ค่อยๆ มาตามดูกัน

..
..
ปุกปุย
..
..

บทความแนะนำ

  1. Sing a Song : Head-Shoulders-Knee and Toes ; Part 1
  2. Direction สำคัญนะ จะบอกให้



<-- Previous : ภาคปฏิบัติ : MACD Behavior Part 2  VS   S50Z10
   Next -->  :   Sing a Song : Head-Shoulders-Knee and Toes ; Part 1

.

วันอังคารที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ภาคปฏิบัติ : MACD Behavior Part 2 VS S50Z10

หลังจาก บ่นถึง MACD Behavior ไปเรื่อยๆ สงสัยว่า มันจะใช้ได้ จริงไหม
มาลองดูกัน ....

ในการใช้งาน จริง MACD Behavior จะต้องใช้ ควบคู่ไปกับ ลักษณะของแท่งราคา และ EMA
การใช้สัญญาณ ของ แท่งราคา อยู่ บน-ล่าง ห่าง-ใกล้ และตัดขึ้น-ลง เส้น EMA ก็ยังเป็น สัญญาณที่ ยังใช้ได้ อยู่เสมอ เมื่อนำมาประกอบ กับ สํญญาณของ MACD ที่ขึ้นเหนือน้ำ ยืนเหนือ Signal  ตกใต้ Signal หรือ มุดลงน้ำ ยิ่งทำให้ การทำ Combination เครื่องมือทั้งสอง อย่าง ให้ ผลลัพท์ ที่น่าพึงพอใจได้อย่างร้ายกาจทีเดียวเชียว
..
ในการตั้งค่าของเส้น EMA -Exponential Moving Average นั้น ควรใช้หลากหลายระยะ ตั้งแต่น้อยไปมาก
แนะนำให้ มี สัก 4-5 เส้น เช่น EMA 5 , 10 , 25, 50, 100 ก็ได้
หรือจะเอา ค่า Fibonacci Series มาใช้ ก็ เท่ ไปอีกแบบ เช่น  5, 8, 13, 21, 34, 55, 89, 144, 233
..
มาดูภาพ ตัวอย่าง S50Z10 ในวันที่ 4-10-2010 เป็นวันที่ น่าสนใจทีเดียว
..


ภาพนี้ เป็น Time Frame 60 min.  เป็นช่วงเวลา ที่ เหมาะ กับการ Monitor S50 ที่ดี ทีเดียว
จากในภาพ จะเห็นว่า วันที่ 9/14 MACD ลงแดง มุดน้ำ ไปเลยทีเดียว หากเราไม่ได้ มี Short ไว้
เราคงจะต้องรอให้ MACD กลับมาขึ้น เหนือน้ำอีกครั้ง

ในวันที่ 9/17 มีความพยายามที่ MACD จะขึ้นมาเหนือน้ำ อีกครั้ง แต่ยังไม่แข็งแรงพอ ดูได้จาก แท่งราคา ในวันนั้น ในแต่ละชั่วโมง ราคาไม่ได้ ขยับไปไหน  ... เราจึงไม่ได้ มี Action อะไร ออกมาในวันที่ 9/17
..
ในวันที่ 9/21 MACD กลับขึ้น มาเหนือน้ำอีกครั้ง และ MACD มี Momentum ทำสีเขียว อย่างต่อเนื่อง และ
ในแท่งที่ 5 ของการขึ้นเหนือน้ำ แท่งราคา ทำ New High สูงกว่า ราคา ของ วันที่ 9/17 ที่ผ่านมา เป็น การส่งสัญญาณ MACD  convergent เพื่อแสดงว่า "ฉันจะบินแล้วนะ"
เราจึง Open Long ตรงนี้ ที่ 638
..

...
เมื่อ เปิด Long แล้ว ก็ ถือ ไปได้ เรื่อย ๆ เพราะ แท่งราคา ไต่ Flowing Line หรือ เส้น EMA5 สีเขียวไป เรื่อยๆ
ถึงแม้ แท่งราคาจะเข้ามาใกล้ EMA บ้าง แต่ MACD ก็ยังไม่ตัด Signal Line ลงมา แค่ MACD ลงเป็น สีแดง และเข้ามาเฉียด ๆ เท่านั้น เราจึง Go with the Flow
..
จนกระทั่ง แท่งราคา ย่อตัวลงมา ต่ำกว่า EMA5 และหลุดลงมา ต่ำกว่า EMA สีแดง พร้อมๆ กับ MACD ตัดลงต่ำกว่า Signal Line  .. เราจึง Close Contact ไปที่ 655 
..
...
รอบนี้ เปิด ที่ 638 ไปปิดที่ 655 ได้ไป 17 จุด ก็ถือว่า ได้ระยะทางที่ดี เลย
..
ต่อจากนั้น เช้าวันที่ 9/27 ราคา เปิดกระโดด และ MACD กลับมา ยืนเหนือ Signal Line ได้ อีกครั้ง จึงเป็นวันที่ เรา Open Long อีกครั้ง โดยรอดู แท่งราคายืนบน EMA5 ได้จริง และ MACD ยืนบน Signal Line ได้จริงๆ 2-3 แท่ง จึงจะเข้า .. เข้าที่ 666
..

..
แต่ราคา เกาะเส้น EMA5 ได้ แค่วันเดียว เช้า วันที่ 9/28 ตก เส้น EMA5 และ มาตกเส้น EMA สีแดงด้วย
พร้อมๆ กับ MACD ตก Signal Line ด้วย จึง ต้อง Stop Loss ออกมา ที่ 666 ..
รอบนี้ เสมอตัว ครับ
สังเกตว่า MACD เป็น สีแดง มา ตั้งแต่ เช้า 9/28 แต่ยังไม่ตัด Signal Line จะ ถึง แท่งที่ 4 จึงตก Signal เราเลย Stop Loss ไปใน แท่งที่ 4 นี่เอง .. การที่ MACD เป็นแบบนี้ แสดงถึง แรงหนุนของตลาด และ Momentum ถดถอยลง เป็นสัญญาณ ของการถดถอยของราคา เมื่อพบเห็น จะต้อง จับตาดูเป็น พิเศษ
ไม่อย่างนั้น อาจจะ Stop Loss ไม่ทัน..
..
ด้วยหลักการของ MACD Behavior เราจะไม่ทำอะไร ถ้า MACD ไม่กลับมายืน บน Signal Line 
ดังนั้น เรา ได้แต่ปล่อยให้ราคาแกว่งไป เรื่อน จน ถึง เช้า วันที่  9/29  ราคาได้เปิดกระโดดอีกครั้ง และ MACD กลับขึ้นมายืน บน Signal Line อีกที
แต่คราวนี้ ไม่สวยนัก เพราะ แท่งราคา ทำยอดสูงใหม่ แต่ MACD ต่ำลง นั่นก็คือ
MACD Divergent เป็น สัญญาณ การหมดแรง อย่างเห็นได้ชัดเจน
..
เราจึงต้องเล่นด้วยความระมัดระวัง จึงรอให้ MACD เป็นสีเขียวถึง แท่งที่ 3 และราคาทำยอดสูงใหม่ ถึง 3 แท่ง จึงกระโดดเข้าไป ที่ 673
..

... เมื่อเวลาผ่านไป MACD แสดงตัวถึง ความอ่อนแรงอย่างชัดเจน จาก วันที่ 9/29 - 9/30 
ราคาค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไป แต่ MACD ไปได้ ไปไหน เลย กลับขึ้นลงๆ ออกข้างๆ
เป็นสัญญาณ ให้เราต้องระมัดระวังตัวให้มากไว้..
..
จนถึง เช้า วันที่ 10/1 ราคา เปิดกระโดด อีกครั้ง ครั้งนี้ น่ากลัวมาก
เคยมี คนถ่ายทอดให้ฟังว่า ตั้งแต่ MACD ขึ้นเหนือน้ำ มาเรื่อยๆ หากพบการเปิดกระโดด ของแท่งราคา 2 ครั้งไปแล้ว การเปิดกระโดดของแท่งราคา ครั้งที่ 3 หรือ 4 อาจเป็นการเปิดกระโดด ขึ้นแล้วลงทันที ก็ได้
..
ดังนั้น เราจึงมีความระแวง แต่ ราคา ยังไม่ตก EMA สีแดง จน แท่งที่ 3 ของวันที่ 10/1 ราคา ตก EMA สีแดง และ MACD  ตก Signal Line ในแท่งที่ 4 .. จึง Close ที่ 676 ในแท่งที่ 4 นั่นเอง
.. รอบนี้ จึงได้มา เพียง 3 จุด เท่านั้น
ถึงแม้ราคา จะพลิกกลับ ขึ้นมาอีก แต่ MACD ยังไม่สามารถ ยืนเหนือ Signal Line ได้ แค่ เป็นสีเขียวๆ และค่าใกล้ เคียงกับ Signal Line เท่านั้น  เราจึง ไม่ได้ ทำอะไร
...
วันที่ 10/4 แท่งราคา เปิด กระโดด อีกครั้ง เป็น ครั้ง ที่ 4 .... (โอ้ว .. กลัวอ่ะ)
แท่งแรก เขียว ทั้ง ราคา ทั้ง MACD สวยเลย แต่ เราต้องรอ แท่งที่ 2-3 ตามตำรา
ปรากฎว่า แท่งที่ 2 พอจบแท่งแล้ว ราคามันแดงๆ ไม่สวยละ
พอแท่งที่ 3 เท่านั้น แดง ทั้งราคา ทั้ง MACD .. น่าเกลียด สุด ๆ  จึงไม่มีสัญญาณ ที่ ครบให้เปิด Long ได้
...

... บ่ายวันที่ 10/4 เปิดตลาด ด้วยการทิ้ง ทุกราคา ของหุ้น หลายๆ ตัว S50Z10 จึง ปักหัวลงมาอย่าง รุนแรง
แน่นอนว่า MACD ตก Signal Line เปํนสัญญาณ ว่า Momentum หมดแรง แล้ว
.. คำถาม ที่มักจะตามมา คือ แล้ว Short ได้ไหม ...
จะเห็นว่า ตั้งแต่ เริ่มมา ต่อให้ราคา ถอยลงมาอย่างไร ก็เพียง ปิดสัญญา ทำกำไร หรือ Stop Loss เท่านั้น
ไม่ได้ Open Short เลย เพราะ แท่งราคา ถอยลงมาเพียง เส้น EMA สีแดงเท่านั้น มันถอยไม่ถึง EMA สีฟ้า เราจึง ไม่ Open Short
.. ทว่า บ่าย วันที่ 10/4 แท่งราคา ทิ้งตัวสีแดงยาว ลงมา ตัด EMA สีแดง และตัด เส้นสีฟ้า ลงมาด้วย จึง เป็นสัญญาณให้ OPen Short ไป ทันที ที่ตกเส้น สีฟ้า ... Open Short ที่ 675
..
ยังไม่พอ การที่แท่งราคา ตกเส้น EMA นั้น เป็น สัญญาณ บ่งบอกถึงขาลง โดยเฉพาะ การตัด EMA ที่ใช้เวลาในการเฉลี่ยยาวๆ อย่างเส้นสีม่วง..
การตกเส้นสีม่วง จึงเป็นการส่งสัญญาณ อันรุนแรงออกมา ประกอบกับ MACD มุดลงใต้น้ำ ในแท่งเดียวกัน .. เราจึง ต้องทำตามสัญญาณ โดยการ อัด Short เพิ่มเข้าไป อย่างเต็ม พอร์ท ให้มันสาแก่ใจ
.... เพิ่ม Short ที่ 665 อีกชุด
..
เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ต่อไป การเข้า Short ในครั้งนี้ จะ สร้าง ผลงาน ให้อย่างสาสม หรือไม่ ติดตาม ตอนต่อไป ครับ
...
ปุกปุย
...

..
การฝึกฝน ยังต้องดำเนินต่อไป .. ต่อไป

.. ปุกปุย