เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 3 พฤศจิกายน 2555 ผมได้มีโอกาส ร่วมเดินทางไปกับคณะนักธุรกิจ ไปสำรวจเส้นทาง R3A ซึ่งจัดโดยสมาคม The Boss และ MPI เส้นทางเดินทาง จากฝั่งไทย(เชียงแสน-เชียงของ) เข้าสู่ลาว (ห้วยทราย-หลวงน้ำทา-บ่อเต็น-บ่อหาน) และเข้าสู่จีน (เมืองเชียงรุ่ง หรือจิ่งหง)
จากคำที่ว่า "อ่านตำราร้อยเล่ม หรือจะสู้เห็นด้วยตาเพียงครั้งเดียว" ต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่เกิดกับผมในการเดินทางครั้งนี้ ในการเดินทางครั้งนี้ นอกจากจะได้เปิดมุมมองมากมาย ได้รับความรู้ประสพการณ์แล้ว ยังได้รับมิตรภาพดีๆ ของพี่น้องเพื่อนพ้องนักธุรกิจ ที่ไปด้วยกันอีกด้วย
จะค่อยๆ เล่าให้ฟัง เป็นตอนๆ ไปนะครับ ขอเริ่มอย่างนี้ก่อนละกัน ต้องเริ่มจาก ท่านผู้นำเติ้งเสี่ยวผิง
.....
เติ้งเสี่ยงผิง เชื่อว่า วิธีการสร้างสรรค์ให้สังคมนิยมจีนให้ทันสมัย และมีเศรษฐกิจเฟื่องฟู ได้กำหนดเป้าหมายยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนชาวจีน จาก
"ขจัดความยากจน" ไปสู่
"พอมีพอกิน" และ
"กินอิ่มนอนอุ่น" จนกระทั่งเจริญเติบโตขึ้นเป็น
"สังคมที่มั่งคั่งรุ่งเรือง" ด้วยวิถีแนวคิด
"ปลดปล่อยความคิด... ยึดติดความจริง"
จากทฤษฎี สู่การปฏิบัติ เติ้งเสี่ยงผิง ประกาศยุทธศาสตร์ สร้างความมั่งคั่งให้จีน 8 มณฑลตอนใต้มีเส้นทางออกสู่ทะเล ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลนั้น เส้นทาง
"คุนมั่ง-กงลู่" จึงเกิดขึ้น คือเส้นทางจากคุนหมิง เชื่อมต่อถึงกรุงเทพฯ นั่นเอง จากเดิมนครคุนหมิง ที่มีสภาพเป็นทุ่งนาถูกพัฒนาในทุกมิติในด้านเศรษฐกิจ ทำให้เกิดความตื่นตัวคึกคัก จนกลายเป็นนครใหญ่ที่มั่งคั่งทางตอนใต้ของประเทศจีนอย่างก้าวกระโดด
การพัฒนาทางเศรษฐกิจให้กับมณฑลยูนนาน จากพื้นที่ปิด ที่ไม่มีทางออกทะเล สภาพภูมิประเทศที่ใช้ในการติดต่อเดินทางมาสู่ภาคตะวันออกของจีนสู่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ก็ล้วนเป็นภูเขาสูง เส้นทางทุรกันดารยากลำบากในการเดินทาง และทำการค้าอย่างมาก แต่มณฑลยุนนาน มีชายแดนติดกับ 3 ประเทศ ได้แก่ พม่า ลาว และ เวียดนาม ดังนั้นยุทธศาสตร์ การออกสู่ทะเล จึงถูกกำหนดขึ้น ทั้ง 3 ด้าน คือ
ออกมหาสมุทรอินเดียทางทิศตะวันตกเฉียงใต้โดยผ่านทางพม่า
ออกมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือทางตะวันออกเฉียงใต้โดยผ่านทางเวียดนาม
และสุดท้าย ออกมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ โดยลงมาตรงๆ ผ่านประเทศไทย เลย
โครงการเส้นทาง "คุนมั่ง-กงลู่" หรือ เส้นทาง R3A และ R3B จึงถูกผลักดันให้เกิดขึ้น โดยจีนเลือกประตูออกที่ จิ่งหง หรือ เชียงรุ่ง ชื่อเมืองแปลว่า เมืองแห่งรุ่งอรุณ หรือที่ชาวไทยรู้จักในชื่อ ดินแดนสิบสองปันนา นั่นเอง ทำไมถึงเลือกเมืองนี้ เพราะว่า
1. เป็นเมืองที่มีชนเผ่ามากมายอาศัยอยู่ และแต่ละเผ่า มีวัฒนธรรมท้องถิ่น ใกล้เคียงกับลาว ไทย และพม่า อย่างมาก เช่น ชนเผ่าไทลื้อ ที่มีประชากรมากที่สุดในเชียงรุ่ง มีประเพณีความคล้ายคลึงกับชาวไทยตอนเหนืออย่างมาก ภาษาพูดแทบจะคุยกันรู้เรื่องได้เลย แต่อักษรไทลื้อ กลับมีส่วนคล้ายกับอักษรพม่า มากกว่าเนื่องจากเคยถูกปกครองภายใต้อาณาจักรตองอู มาเป็นเวลานาน
2. เชียงรุ่งเป็นเมืองที่ มีชายแดนติดต่อ ทั้ง พม่า และลาว
ดังนั้น ถนน R3 จึงออกจาก เชียงรุ่ง 2 ด้าน แล้วมาเข้าไทยที่ จังหวัดเชียงราย
R3A ออกจากเชียงรุ่ง ที่ บ่อหาน แล้วผ่านลาว มาออกจากลาวที่ แขวงห้วยทราย ข้ามแม่น้ำโขงเข้าไทยที่ อำเภอเชียงของ
R3B ออกจากเชียงรุ่งเข้าพม่า แล้วมาเข้าไทย ที่ อำเภอเชียงแสน