Wave Riders Technical Course Online

Wave Riders Technical Course Online
เรียน Technical Course online สามาร click ที่ ภาพเลย

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

สร้างผลตอบแทนอย่างงดงาม ภายใต้เป้าหมายสุด 'คอนเซอร์เวทีฟ' พอใจกับกำไรที่เอาชนะเงินเฟ้อ

วันจันทร์ที่ 9 มกราคม 2555 , ถนนนักลงทุน, นสพ.กรุงเทพธุรกิจ
ได้ลงหน้าแรก พร้อม จั่วหัวแรงๆ

'ประกาศิต ทิตาราม'  จับสัญญาณ 'วอลุ่ม' พิชิตหุ้น 'ไอพีโอ'


แค่อ่านก็แทบ กรี๊ด!!!  เขาลง พาดหัวได้แรงมาก ... น่าติดตามจริงๆ
แต่พอ อ่านต่อ .... "   เปิดตัว "ปุย" ประกาศิต ทิตาราม นักธุรกิจหนุ่มวัย 40 ....."   

โอ้ว!! .. สะดุด แทบหยุดอ่านต่อ .... ตาไม่ไปต่อ มันติดตา ตรงเลข 40 .... อืมมม ... มันจะลงอายุกรู ทำไมล่ะเนี่ย ฮืมมมม .....
.
แต่พออ่านต่อ .... "ผู้ใช้เครื่องมือทางเทคนิคสร้างผลตอบแทนอย่างงดงาม ภายใต้เป้าหมายสุด 'คอนเซอร์เวทีฟ' พอใจกับกำไรที่เอาชนะเงินเฟ้อ" .... เออ อันนี้ โดนใจ ชอบๆๆๆ

พอเปิดหน้าต่อไป .... ตะลึง สิ  ... มันจัดซะเต็มหน้าเลย


เนื้อหามากมาย .... สามารถไปอ่าน ออนไลน์ ได้ที่ 
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/investment/20120110/428096/news.html

หรือ อีกที่ Stock2morrow เขาก็คัดลอกเอามาไว้ 

แต่อ่านไป .. ตั้งแต่ต้นจนจบ ... ยังคิดเลยว่า นักข่าวเขาเก่งนัก สามารถเก็บรายละเอียด เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่ตอนสัมภาษณ์ เราพูดเรื่อย เปื่อย เจื้อยไป แล้ว เอามาเรียบเรียงออกมาได้ ครบถ้วนสวยงาม เลย
แล้วยัง มี ใส่เคล็ดวิชา หลายๆ อย่างเข้าไปไว้ใน บทสัมภาษณ์ ได้อย่างกลมกลืน
..
เช่น .... วิธีการคัดหุ้น
สไตล์การลงทุนส่วนตัวเขาบอกว่า จะคัดเลือกหุ้นที่พื้นฐานดีมา 40 ตัว และคัดออกด้วยกราฟและสัญญาณทางเทคนิคให้เหลือ 20 ตัว แต่จะเทรดจริงๆ แค่ 5 ตัว ที่สามารถเล่นรอบได้ไกลๆ บางทีก็มีเลือกผิดบ้างก็ต้อง Stop Loss เลือกใหม่

"ปกติผมจะเทรดหุ้น 5-7 ตัวในพอร์ตที่เล่นรอบ โดยจะไม่ซ้ำกับพอร์ตวีไอ เวลาจะเอาหุ้นตัวใหม่เข้าก็จะหยิบตัวที่แย่สุดออกไป สไตล์การเทรดแบบเทรนด์ฟอร์โลเวอร์จะไม่ซื้อเมื่อราคาถูกสุดและไม่ขายเมื่อแพงที่สุด จะซื้อเมื่อมีสัญญาณว่าจะไม่ลงแล้ว ขายเมื่อแสดงว่าราคาไม่ไปแล้ว ประสบการณ์ที่ผ่านมาเวลาได้กำไรแล้วก็จะปล่อยทิ้งยาวไปเรื่อยๆ ให้ได้ผลตอบแทน 20% ในภาวะที่ตลาดปกติ แต่ถ้าเป็นตลาดกระทิงอาจได้มากกว่านั้น ถ้าตลาดไซด์เวย์อาจได้แค่ 10-15% ส่วนพอร์ตวีไอจะดูกราฟภาพใหญ่ระดับสัปดาห์และเดือนขึ้นไป".
.
หรือ เรื่อง จังหวะในการ ซื้อขาย
.
เวลาเลือกหุ้นจะดูกราฟสัปดาห์หาตัวที่หน้าตาสวยๆ คือ หลายสัปดาห์ก่อนวิ่งขึ้นแล้วพักตัวออกข้างแบบนี้เรียกว่า "กำลังสะสมกำลัง" ดูแล้วน่าสนใจที่สุด แต่ถ้าหุ้นตัวไหนวิ่งขึ้นๆ ลงๆ จะไม่สนใจ จากนั้นก็จะย่อมาดูกราฟ DAY ถ้า MACD "ตัดศูนย์ลง" หรืออยู่ใต้กว่าเส้น "จะไม่เอา"


แต่ถ้า MACD ขึ้นมาอยู่ "ใกล้ตัดศูนย์ขึ้น" อันนี้ "น่าสนใจเป็นพิเศษ" ก็จะหันมาดูกราฟชั่วโมงหากวิ่งขึ้นมาชนเทรนด์ไลน์แล้วมันจะถูกทดสอบก่อนจากแนวต้านจะกลายเป็น "แนวรับ" หากยืนได้จะวิ่งต่อจะเข้าไป "ซื้อ" ตอนนั้น

สวนตอนขายจะปล่อยของเมื่อมีสัญญาณเช่น ราคาลงมาตัดเส้นค่าเฉลี่ย 15 วัน หรือตกเทรนด์ไลน์เช่น MACDตัดศูนย์ลงก็จะขายทั้งหมด นี่คือแนวทางของเทรนด์ฟอร์โลเวอร์ คือ "ดูภาพใหญ่" หลายครั้งเจอว่าหุ้นบางตัวสัญญาณเทคนิคออกก่อนข่าวสัก 3-7 วัน หลายครั้งพอเราขายตามสัญญาณพอข่าวออกก็ "ลงเลย" หุ้นบางตัวถือนานที่สุด 3 เดือน เคยได้ผลตอบแทน 30% เร็วที่สุดบางตัวถือแค่สองอาทิตย์วิ่งไป 20% ก็ขายเลย ถ้าเป็นพอร์ตเล่นรอบจะ "ไม่สนใจเงินปันผล" เลยถือเป็นแค่ของแถม.
.
.
หรือ เทคนิคลุยหุ้นไอพีโอ

"เทคนิคการเล่นหุ้นไอพีโอ" ให้ได้กำไรจะต้องดูที่ “วอลุ่ม” การซื้อขายในช่วงชั่วโมงแรกจะรู้แล้วว่าหุ้นตัวนั้นจะ "ขึ้น" หรือ "ลง" โดยจะดูการตั้ง Bid และ Offer ถ้ามีการซื้อแบบ "ตบข้ามช่อง" หรือ "ไล่ซื้อหลายช่อง" (ตั้งราคาห่าง) มันจะสะท้อนอารมณ์ตลาดว่า "คนอยากได้หุ้นมาก" แปลว่าหุ้นตัวนี้ "น่าสน" แล้ว จากนั้นมาดูตอนช่วง "พีค" ของการซื้อขายประมาณ 10.00-10.30 น.

จากนั้นมาดูช่วงเวลา 11.00-12.00 น. เพราะจะมีบางคนขายทำกำไรช่วงเวลานั้น และดูต่ออีกทีช่วง "เปิดตลาดภาคบ่าย" ถ้าราคาสามารถวิ่งกลับไปเหนือ "จุดสูงสุดเดิมช่วงเช้า" ถึงจะเข้าไปซื้อช่วงนั้น แต่ถ้า "ไม่ผ่าน" จะไม่เอาเลยแปลว่า "หุ้นไม่วิ่งต่อแน่"

“อารมณ์หุ้นไอพีโอส่วนมากจะเป็นแบบนี้ ถ้าหุ้นตัวไหนมีคนต้องการเยอะตามแบบที่บอกหุ้นจะวิ่ง 3-4 วันเป็นอย่างน้อย แต่ถ้าวิ่งไม่ขึ้นทำ New Low แปลว่าคนไม่สนใจ”
.
.
ก็เป็นเรื่องที่ดี ...หลายคน... อ่านแล้วน่าจะได้ประโยชน์ จากสิ่งเหล่านี้ ...
.
.
.
..
ปุกปุย



.
.



วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

อีกา...ไม่เคยบินมา 3 ตัว ... Never have only 3 Crows

...  .ในสัญญาณทาง เทคนิคอล ในการดู CandleStick Pattern ... มีรูปแบบหนึ่ง ที่ ผมมักจะถูกใจเป็นพิเศษ ถ้าได้พอเจอเมื่อไหร่ ... จะถูกอกถูกใจ ...ในหายนะ ที่กำลังจะเกิด ....
 .... อ้าว!! ไหงงั้นล่ะ ... อ่านไม่ผิดครับ ...หายนะ .....
.
.... ผมกำลังพูดถึง การเห็น "อีกา 3 ตัว"... หรือ 'Three Crows'
.
         พวกเราคงอาจจะเคยดูการ์ตูนต่างประเทศ หรือหนังคาวบอยย้อนยุค ที่จะมี อีกา มาเกาะต้นไม้ ในบริเวณที่จะมีการตายของสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้น    “อีกา 3 ตัว” รูปแบบนี้ เป็นการเกิดสัญญาณหายนะ ที่จะส่งให้แท่งราคาในกราฟ ลงต่อเนื่อง

         ลักษณะแท่งเทียนในสมัยที่เป็น สีขาว-ดำ แท่งเทียนสีดำก็ คือแท่งเทียนสีแดง ที่ราคาวิ่งลงในปัจจุบันนั่นเอง เมื่อเจอลักษณะแท่งเทียนที่วิ่งขึ้นมาดีๆ แล้วก็ กลับตัวลงทันที แท่งยาวๆ 3 แท่งต่อเนื่อง เกิดเป็นแท่งเทียน สีดำ 3 แท่งยาวๆ ขึ้นมาบนกราฟ จึงถูกเรียกว่า อีกา 3 ตัว หรือ Three Crows

           ใครเห็น อีกา 3 ตัว ออกมา แล้วยังถือหุ้นไว้เต็มมือ ยังไม่ยอมขาย... เฮอะๆ... เตรียมถ่ายรูปสวยๆ แล้วจองศาลาไว้ได้เลย... เพราะว่า ......

      ................“ อีกา ไม่เคย บินมาแค่ 3 ตัว ”..............
.
.อีกา 3 ตัว มี 2 แบบ คือ Three Black Crows และ Identical Three Crows
.
.

          Three Black Crows จะพบในสภาวะที่ ราคากำลังวิ่งขึ้นมา แล้วราคาเปิดกระโดดเล็กๆ ... แล้วตบลงปิด Gap ...  แล้วขายลงตลอดทางจนจบแท่ง เกิดเป็น   อีกาตัวแรก 
          ส่วนอีกาตัวที่สอง และตัวที่สาม จะทำราคา เปิดในตัวแท่ง (body) ของแท่งก่อนหน้า แต่ทำราคาปิดต่ำลงกว่าจุดต่ำของแท่งก่อนหน้า (New Low)

            อีกา 3 ตัว แบบนี้ เป็นแบบธรรมดา หลังจากจบ อาจจะ Rebound ได้สูง (แต่ไม่ถึง High ของ อีกาตัวแรก) ก่อนลงต่อ และต่ำกว่าจุดต่ำของ อีกาตัวที่สาม ในที่สุด Three Black Crows แบบนี้ 
            ถ้าหากพบใน Weekly Chart ... เขวี้ยงทุกราคา ล้างพอร์ท ได้เลยครับ
.



              Identical Three Crows จะพบในสภาวะที่มี Panic Sell เกิดขึ้น เพราะว่าสภาวะราคาที่กำลังวิ่งขึ้นมาอย่างดูดีแล้ว  อีกาตัวแรก ก็มา ด้วยการ ... เปิดกระโดด แล้วทิ้งไหลลงมาปิด Gap ที่เปิด ....  แล้วไหลลงต่อเป็นแท่งยาว
             อีกาตัวที่สอง และสาม จะมีราคาเปิดที่ต่ำกว่า หรือใกล้ กับราคาปิดของ อีกาตัวแรก แล้วลงยาวตลอดทั้งแท่ง ข้อสังเกต คือ อีกาทั้ง 3 ตัว จะมี Volume ขาย ทะลักทะลาย ทั้งสามแท่ง

            หลังจาก อีกาสามตัว แบบ Identical Three Crows มีกับครบแล้ว ราคาอาจมี Rebound เล็กๆ 1-2 แท่ง หรือไม่มี Rebound เลยก็ได้ หลังจากนั้น อีกา จะมาเป็นฝูง... 


จ๊าก!!! The Hell Crows …ฝูงอีกาจากขุมนรก ...






.

วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

บ่น มือใหม่ .... ให้เข้าใจ Technical .... ตอน 2

วันที่บันทึก วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2554
เป็นวันที่ Wave Rider ได้ On Air ทาง Money Channel ในรายการ "มือใหม่" เวลา 11.00- 11.30 น. ซึ่งจะออกอากาศ 2 วัน คือ วันที่ 20-21 ธันวาคม 2554 เวลาเดียวกัน

สนใจติดตาม ชมย้อนหลังได้ จาก รายการ มือใหม่ โดย เข้าไปที่ URL นี้
http://www.dcs-digital.com/moneychannel/program.php?listid=8
แล้วกด คลิก ไปที่ วันที่ 20, 21 ธันวาคม 2554 ได้เลย


ต่อเนื่องจากวันที่ 20 ธันวาคม ได้พูดคุยการใช้เทคนิคดู ESSO โดยใช้ EMA ในการบอกสัญญาณซื้อ-ขาย จบไปแล้วรอบหนึ่ง หลังจากนั้น ESSO พักตัวยาวนาน ถึง 1 ปี แล้วก็ แสดงอาการ Break Out ราคาวิ่งทะลุ Trend Line ด้านบนขึ้นไป กลายเป็น Continuous Pattern ที่เรียกว่า Triangle Flag
.

วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

บ่น มือใหม่ .... ให้เข้าใจ Technical .... ตอน 1

วันที่บันทึก  วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2554
เป็นวันที่ Wave Rider  ได้  On Air ทาง Money Channel  ในรายการ "มือใหม่" เวลา 11.00- 11.30 น. ซึ่งจะออกอากาศ 2 วัน คือ วันที่ 20-21 ธันวาคม 2554 เวลาเดียวกัน

MJ ทีนา ได้เชิญ ไปแนะนำมือใหม่ เข้าใจเทคนิค ผ่านตัวอย่างหุ้น ที่ ได้เกิด เหตุการณ์ ไปแล้วในอดีต
ยอมรับว่า ค่อนข้าง ตื่นเต้น ในระหว่างการถ่ายทำ  .... แต่ นั่งดู ตัวเอง ออกอากาศ มันยิ่งตื่นเต้น มากกว่า นั้น 5555+ + +  ...
.


..
.
.
ในวันที่ 20 ธันวาคม 2554 ได้ยกตัวอย่าง หุ้น ESSO ในช่วงเวลา ตั้งแต่ เข้า IPO จนถึง ปี 2010 เอามาเป็น ตัวอย่างในการอธิบาย วิธีใช้ เทคนิค การจับ สัญญาณ ซื้อ - ขาย โดยใช้ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ -- EMA -- Exponential Moving Average Line

... สามารถอ่านเรื่อง EMA ได้ จาก บทความ "ใช้ EMA หา Direction"  
http://waveridersclub.blogspot.com/2010/09/ema-direction.html

..... และ เรื่อง "เหตุเกิด ที่ เส้นค่าเฉลี่ยฯ ภาค 1 : ค่าเฉลี่ยอย่างที่ ใครๆ เขาก็รู้กัน"
http://waveridersclub.blogspot.com/2010/11/1.html
.
.


ใช้ ESSO มาเป็น ตัวอย่าง สนุกมาก เลย เพราะ MJ ทีน่า เคยทำงาน ที่ ESSO มาก่อนด้วย เลย คุยกัน สนุกเกี่ยวกับหุ้นตัวนี้ ตั้งแต่ ก่อนถ่ายทำ จนถ่ายในรายการ ก็ เป็น หุ้น ที่ มีสัญญาณ การ ซื้อ-ขาย ให้เห็นชัดๆ มากมาย ... เสียดาย ตัวอย่างดีๆ แบบนี้ ... เวลาในรายการก็ช่างน้อยเหลือเกิน  ... ไม่เพียงพอ กับ คนพูดมาก อย่างเราซะแล้ว   ......

ดังนั้น  .....
.
ดูตัวเองในรายการ แล้วทนไม่ได้ (ไม่ใช้ทนความอ้วนของตัวเองไม่ได้นะ)  มันยังอธิบายไม่หมด ก็เวลาหมด ดูแล้วมันคัน .... อยากอธิบายต่อให้จบ  ...   เอาวะ ... ขอ เอารายละเอียด ESSO มาอธิบาย สัญญาณซื้อ-ขาย กันให้เห็น กัน จะ จะ ตรงนี้ กัน ไป เลย  ... มา ดู ESSO กัน